“จุลพันธ์” ดักโกงแลกดิจิทัลวอลเล็ตเป็นเงินสด “ไม่ฉลาด”

อย่าหาโกง! “จุลพันธ์” ดักร้านค้า-ลูกค้าหัวหมอใช้เงินดิจิทัลวอลเล็ต แลกเป็นเงินสด “ไม่ฉลาด” ย้ำรัฐมีระบบตรวจสอบเข้ม เตือนมีคดี-หมดสิทธิ์ใช้เงิน

หลังจากแถลงใหญ่รอบแรกไปแล้วกับ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ที่รัฐบาลได้โชว์ความมั่นใจว่าไตรมาส 4/67 ประชาชนคนไทยจะได้ใช้จ่ายเงินหมื่นในโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เกิดการตั้งคำถามกรณีที่มีคนต้องการใช้เงินสด แต่เงื่อนไขไม่สามารถทำได้ รัฐบาลจะมีวิธีการจับโกงอย่างไร

วันนี้ (26 ก.ค.67) รายงานจากรายการ กรรมกรข่าวคุยนอกจอ โดย นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา ผู้ประกาศข่าวเรื่องเล่าเช้านี้ ได้เชิญ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ร่วมพูดคุยประเด็นเกี่ยวกับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท โดยช่วงหนึ่งสอบถามเรื่องข้อกังวลว่า อาจจะเกิดช่องโหว่ที่ทำให้บางกลุ่มได้ผลประโยชน์ รวมทั้งเมื่อแจกเงินดิจิทัลแล้วอาจจะถูกนำไปแลกเป็นเงินสด ดังนั้นจะมีวิธีดูแลจัดการอย่างไร


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


นายสรยุทธ สุทัศนะจินดา เปิดประเด็นข้อซักถามว่า รัฐบาลจะสามารถป้องกันคนเอาเงินดิจิทัลวอลเล็ต ไปแลกเป็นเงินสดอย่างไร ในกรณีมีคนต้องการเงินสดไปซื้อเหล้า เอาไปจ่ายค่าไฟ โดยยอมที่จะเสียส่วนต่าง เช่น มีเงินดิจิทัล 10,000 บาท แต่ขอแลกเป็นเงินสด 7,000 บาท ให้ร้านกินกำไรไปเลย 3,000 บาท

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวยอมรับว่า เรื่องนี้มันยากที่จะป้องกันได้ 100% แต่จะบอกว่าเงินดิจิทัล 10,000 บาท มีค่าเท่ากับเงินสด 10,000 บาท การเอาเงินดิจิทัลไปแลกเงินสดในราคาลดลง มันไม่ฉลาด และเงินดิจิทัลใช้ได้กว้าง ใช้ได้ทุกที่ อีกอย่างหากต้องการซื้อสินค้าที่อยู่ในลิสต์ต้องห้ามสามารถเอาเงินสดซื้อได้ แล้วค่อยใช้เงินดิจิทัลซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคแทน การจะเอาเงินดิจิทัลไปแลกเงินสดในมูลค่าที่ลดลง ถือเป็นเรื่องไม่ฉลาด

“รัฐบาลมีระบบการตรวจสอบเข้มงวด ข้อมูลในระบบไม่หาย เช่น ร้านค้าร้านหนึ่ง ปกติขายได้เฉลี่ย 4,000 แต่อีกวันขายได้กระโดดไป 80,000 ระบบจะต้องแจ้งเลย แล้วหน่วยงานก็จะต้องไปตรวจสอบ หากพบว่าไม่ได้มีการซื้อขายสินค้าจริงก็จะดำเนินการ ในอดีตกรณีรัฐดำเนินคดีและเรียกเงินคืนรวมทั้งตัดสิทธิ”นายจุลพันธ์กล่าว

นายสรยุทธถามต่อว่า ในมุมของร้านค้าร้านเล็ก เนื่องจากกว่าจะได้เงินสดก็นาน ร้านจะไม่มีเงินสดไปซื้อกับร้านรายย่อยอื่น ๆ ได้ สุดท้ายเงินก็จะหมุนเข้าสู่ร้านใหญ่นั้น

นายจุลพันธ์ กล่าวว่า ร้านรายย่อยสามารถขึ้นทะเบียนกับเราได้ เพื่อให้มีตัวเลือกที่กว้างขึ้น และเราจะดึงซัพพลายเชนเข้ามาถึงผู้บริโภคดีขึ้น ทำให้เกิดความคล่องตัว อีกอย่างเงินสดในระบบมีอยู่ 10 ล้านล้านบาท ส่วนเงินดิจิทัลนั้นเพียง 5 แสนล้าน ซึ่งเงินในระบบไม่ได้หายไปไหน ดังนั้น ร้านซื้อข้าวของมาขาย ไม่จำเป็นต้องใช้ดิจิทัลวอลเล็ตทุกเคสอยู่แล้ว

“เชื่อว่าหลังจากรัฐบาลแถลงครั้งล่าสุด จะเกิดผลในทางบวกต่อเศรษฐกิจ เมื่อทุกคนรู้ว่าช่วงปลายปีเงินจะลงมา จีดีพีปีนี้ขยับแน่นอน ร้านค้าและโรงงานต้องเริ่มผลิตสินค้า ขยับจ้างงาน และหลังจากนั้นจะเกิดผลเต็มรูปแบบ และคาดว่าประชาชนจะได้ทันใช้เงินดิจิทัลก่อนสงกรานต์และปีใหม่”นายจุลพันธ์กล่าวย้ำ