“เศรษฐา” ชัวร์ 1 ส.ค.กดรับสิทธิ์แจกหมื่น ให้เวลาลงทะเบียน 1 เดือนครึ่ง

ต้นกุมภาฯ อีจัน

ต้นกุมภาฯ อีจัน

16 กรกฎาคม 2567

“เศรษฐา” ชัวร์ 1 ส.ค.กดรับสิทธิ์แจกหมื่น ให้เวลาลงทะเบียน 1 เดือนครึ่ง

ใกล้เข้ามาแล้วกับโปรแกรมใหญ่ของรัฐบาล เดินหน้าทำโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่งคาดว่า 1 ส.ค.นี้ จะมีการเปิดให้ประชาชนได้ลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์กันแล้ว

วันนี้ (16 ก.ค.67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท กรณีที่โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่าโครงการดิจิทัลวอลเล็ตเปิดลงทะเบียนได้ในวันที่ 1 สิงหาคมนี้ แสดงว่ามีความก้าวหน้าและมีความพร้อมแล้วใช่หรือไม่


ข่าวที่เกี่ยวข้อง


นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “ครับ ตามนั้น ตามที่เสนอไป” เมื่อถามอีกว่าจะต้องมีอะไรเพิ่มเติมในเรื่องที่ต้องชี้แจงทำความเข้าใจหรือไม่ นายเศรษฐากว่าว่า “ให้คอยวันที่ 24 ก.ค.นี้” ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงระยะเวลาการใช้เงินดิจิทัล ไม่เกิน 6 เดือน ใช่หรือไม่ ได้คำตอบว่า “ตามนั้นครับ ส่วนระยะเวลาการลงทะเบียนประมาณ 1 เดือนครึ่ง”

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ไทม์ไลน์โครงการดิจิทัล วอลเล็ตในเบื้องต้น รัฐบาลจะเปิดลงทะเบียนโครงการดิจิทัล วอลเล็ต 10,000 บาท ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ในวันที่ 1 ส.ค.67 นี้ โดยมีระยะเวลาการเปิดลงทะเบียน 45 วัน ซึ่งในวันที่ 24 ก.ค.นี้ จะมีการแถลงรายละเอียดเรื่องกรอบระยะเวลาอย่างชัดเจน รวมทั้งจะชี้แจงรายละเอียดแบบร่าง สำหรับการลงทะเบียน วิธีการใช้แอปฯ และจะมีความชัดเจนเรื่องกลไกการตรวจสอบสิทธิ์ กรณีต้องการโต้แย้งสิทธิ์ หรืออุทธรณ์

กรณีที่ผู้ที่ลงทะเบียนแล้วตรวจสอบสิทธิ์ พบว่าผลดังกล่าวไม่ตรงตามความเป็นจริง สามารถอุทธรณ์สิทธิ์ได้ โดยรัฐบาลมีช่องทางดังกล่าวรองรับไว้ให้ประชาชน ทั้งนี้ ยืนยันว่าการดำเนินโครงการดิจิทัล วอลเล็ตมีระบบบ็อกเชนสามารถตรวจสอบการทุจริตในโครงการได้ เช่น การแลกเงินสด ซึ่งรัฐบาลมีกระบวนการดูแลเรื่องทุจริตและการคอร์รัปชัน

ทั้งนี้ สำหรับกลไกในการลงทะเบียนร่วมโครงการดิจิทัลวอลเล็ต รัฐบาลได้ทำระบบรองรับ ทั้งการลงทะเบียนผ่านแอปฯทางรัฐ สำหรับผู้ที่มีสมาร์ทโฟน คาดว่าส่วนใหญ่ประชาชนใช้ช่องทางนี้กว่า 40 ล้านคน และกรณีไม่มีสมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทโฟนไม่รองรับระบบอินเตอร์เน็ต จะลงทะเบียนผ่านบัตรประชาชน โดยมีเจ้าหน้าที่เตรียมดูแลในเรื่องดังกล่าว ส่วนร้านค้าก็ลงทะเบียนผ่านแอปทางรัฐเช่นเดียวกัน คาดว่าจะมีร้านค้าร่วมโครงการกว่า 2-3 ล้านแห่ง

“กรณีผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน หรือสมาร์ทโฟนไม่รองรับระบบอินเตอร์เน็ต สามารถใช้จ่ายได้ด้วยบัตรประชาชน อย่างไรก็ตาม ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะต้องยืนยันโลเคชันที่ใช้จ่ายได้”นายจุลพันธ์ กล่าว