บิ๊กโจ๊ก โต้กลับ เอาผิดคนสั่งค้นบ้าน ไม่เป็นธรรม

บิ๊กโจ๊ก โต้ เอาผิดคนสั่งค้นบ้าน ไม่ได้อาฆาตใคร เเต่จะเรียกความเป็นธรรมคืนให้ตัวเอง ลั่น ใครอยากเป็น ผบ.ตร.ก็เป็นไป ตนไม่ขอยุ่ง มีเวลาเหลือหลายปี

บิ๊กโจ๊ก โต้กลับ เอาผิดคนสั่งค้นบ้าน ไม่เป็นธรรม

วันนี้ 27 ก.ย. 66 พล.ต.อ.สรุเชษฐ์ หักพาล รอง ผบ.ตร ให้สัมภาษณ์ ในรายการกรรมกรข่าวคุยนอกจอ ยืนยัน ความบริสุทธิ์ของตัวเอง ไม่เกี่ยวข้องกับคดีเว็บพนัน

พล.ต.อ.สรุเชษฐ์ เปิดเผยว่า บ้านหลังนั้นที่ผมอยู่ เป็นบ้านที่ผมอยู่อาศัย เเต่ถ้าไล่ลึกเป็นบ้าน “เฮียเเต๋ม” คนที่มาค้นต้องรู้ว่าเป็นบ้านของผมอยู่เเล้ว

ผมเป็นายตำรวจที่อยู่เเฟลต ตั้งเเต่ ร.ต.ท. จนถึงผู้การ 191 รู้จัก เฮียเเต๋มเหมือนญาติ ราวๆ 20 กว่าปี

พองานเยอะขึ้น พ่อเขาก็ยกที่ดิน 20 ไร่ แถวพุทธมนทนสาย 7 ให้สร้างบ้าน ผมก็คุยกับ เฮียเเต๋ม ว่ามีบ้านที่ไหนบ้างที่ผมจะไปเช่าอยู่ได้

ซึ่งเฮียแต๋มเพิ่งมาซื้อบ้านไว้ แถวซอยวิภาวดี 60 เเล้วไม่มีใครอยู่ ผมถามว่าไปเช่าอยู่ได้ไหม เขาบอกไม่ต้องเช่าอยู่ได้เลย แต่ผมไม่บายใจขอเช่าดีกว่า ทำสัญญาเช่าเดือนละ 5 หมื่น ซึ่งผมรายงาน ปปช มาตลอดว่าเช่า 50,000 บาท มีสัญญาเช่าอยู่

บ้านมี 5 หลัง 3 หลังไม่ได้ทำอะไร เมื่อเขาไม่อยู่ ผมก็ไม่ได้ไปอยู่หรอก เวลาที่ ชานนท์ (ลูกน้อง) มาหาก็ไปพักบ้าง เป็นที่เก็บเอกสารเเต่ไม่ได้อยู่ เหมือนผมดูเเลบ้านให้เขา ถ้าผมสร้างบ้านเสร็จก็จะย้าย ที่นี่เป็นเเค่ทาน์เฮ้าส์ 2 ห้องเอง ผมเป็นนายพลที่ไม่ได้มีบ้านเป็นบริเวณ

ผมเอาเวลาของผมไปทุ่มเททำงาน เอาสตางค์ผมไปใช้จ่ายทำงานให้เเผ่นดินมหาศาล เคยถูกสอบมาเเล้ว ผ่านร้อนผ่านหนาวมาเยอะ

ที่เขาต้องงง เพราะเฮียเเต๋ม มีรายได้จากธุรกิจ 700-800 ล้าน ที่เขาได้สำเเดงตอนให้การที่ ป.ป.ช. วันนี้กำลังจะเล่นผมว่า ผมให้เจ้าของเว็บพนันมาดูเเลผม เเล้วเชื่อมโยงว่า เฮียแต๋มก็ทำเว็บพนัน หลักการคือ เมื่อแต๋มชี้เเจงได้ว่าเขาคือเศรษฐี ไม่ใช่เจ้าของเว็บพนัน

เมื่อผมยืนยันว่า เงินทั้งหมดคือเงินของผม ผมบอกที่มาได้ อันนี้คือจบเรื่องเว็บพนัน

ส่วนลูกน้อง 2 คน ก็ต้องตอบให้ได้ว่า เกี่ยวกับมินนี่ยังไง ซึ่งมันไม่เกี่ยวกับผม

ทุกคดี ผมทำผมเเถลงข่าว คนบางคนอาจจะบอกว่า ไอ้โจ๊กมันหิวเเสง เเต่ไม่ใช่ มันคือการรายงานประชาชน ผมต้องไม่เอาเปรียบประชาชน

ผมไม่ได้อาฆาตใคร ผมก็ต้องต่อสู้ตามหลักกฎหมาย เรียกศักดิ์ศรีคืน เรียกความเป็นธรรมคืนให้กับตัวเอง

พี่สรยุทธ : รู้ใช่ไหมว่าใครอยู่เบื้องหลัง ?

บิ๊กโจ๊ก : ทราบหมดเเหละครับ

พี่สรยุทธ : เเบ่งงานกันทำ มีหลายคน

บิ๊กโจ๊ก : มีหลายคนเเน่นอน เรื่องนี้มันเป็นเรื่องการเมืองใน ตร. ผมทราบหมดเเล้วครับ เเล้วก็ทราบมาก่อนด้วย

พี่สรยุทธ : จะต้องเอาคืนไหม

บิ๊กโจ๊ก : ผมไม่เอาคืนหรอกครับ

วันนี้เตรียมตัวเลย ตายหมู่ ! มันก็ต้องดำเนินคดีกลับ ออกหมายจับโครมคราม ค้นบ้านผม เอาคอมมานโดลง … มันมีที่ไหน

ทุกวันนี้ที่ผมทำมันเกินอาชีพตำรวจไปเเล้ว การทำงานของตำรวจต้อเป็นไปเพื่อทำนุบำรุงประชาชน เเล้วผมถามว่า ทุกวันนี้ผมทำงาเกินหน้าที่ตำรวจไปเเล้ว เมียผมยังบอกเลยว่า ทำงานขนาดนี้เลย ผมเป็นคนบ้างาน ผมตื่นมาผมคิดว่าวันนี้ผมมีงานอะไรให้ผมทำบ้าง

“ชีวิตผมถูกหล่อหลอมให้อดทนกับความเจ็บใจ ไม่หวั่นไหวต่อความยากลำบาก ไม่มักมากในลาภ พ่อผมก็สอนเเบบนี้”

มีเงิน เส้นเงินไปเเตะนักข่าว 4 คน

เวลานักข่าวไปทำข่าวกับผม ผมก็ให้เขา เป็นค่าข่าว 10,000 บาท ส่วนใหญ่ ให้ครั้งละ 10,000 บาท ใครไปช่วยผมก็ให้ ผมมีนักข่าวที่สนิทอยู่ 3-4 คน นักข่าวเราก็รู้ว่าเงินเดือนเขาน้อย อย่างมะลิ เขาทำข่าวให้ผมมานาน ตั้งเเต่ผมเป็น ผกก.หาดใหญ่ ข้อดีของเขา คือ ผมมองว่า นักข่าวคนนี้ ไม่เคยขอเงินผมเลย ไม่ได้พูดช่วย พูดเชียร์นะ เพราะนักข่าวคนไหนไม่มีคุณธรรมผมก็ไม่ชอบ

นักข่าวที่ชื่อ มะลิ น้องสาวเขา ชื่อ อร เป็นนักข่าวที่หาดใหญ่ สรุปเเล้ว มะลิ กับ อร อยู่สงขลา ผมสนิทกับมะลิเขามากกว่า ผมย้ายมาอยู่ กทม. เขาก็มาช่วยผม ช่อง 7 ส่งมา ส่งคนนี้มาตลอด เพราะคุ้นเคยกับผม ผมก็เอาติดตัวไปตลอด คอยทำคดีให้ เเต่กำชับเขานะว่า ทำข่าวผมต้องส่งไปให้ทุกคน

เงินที่ให้นักข่าว ก็มี มีมะลิ เเละ เค ให้ครั้งละ 10,000 บาท

10,000 มันก็ไม่ได้มาก เป็นมิตรกะจิตมิตรกะใจ

ผมเป็นคนที่ใจกว้าง เห็นนักข่าวมาเเถลงข่าวให้น้องๆเขาบ้าง คนละ 500 บ้าง

อันนี้มันเป็นขบวนการ มันมีการเมืองภายใน ตร.

มีคดี หลายคดีที่ผมทำอาจไปกระทบใครต่อใคร

ผมไม่อยากให้องค์กรพังไปกว่านี้ ผมมองว่า ท่านนายกฯ คงปวดหัวมากเเล้ว

ถามว่า ผมเซ็งไหม ก็เบื่อ เหนื่อยหน่าย อะไรกันหนักหนา เมียบอกให้ลาออกเลยนะ ใช้จ่ายเยอะขนาดนี้ เเล้วยังได้รางวัลอย่างนี้อีก

วันนี้ไม่ไปประชุม ผมลาเลย ผมไม่อยากไปยุ่ง

ใครจะเป็นก็เป็นไปเลย ไม่ต้องมาระเเวงผม เรามีเวลาเหลือหลายปี

ถ้าผมไม่ลาออกก่อน ก็คงมีวาสนาได้สู้กับเขาบ้าง

คลิปอีจันแนะนำ
บิ๊กโจ๊ก ลั่น! ไม่เกี่ยวเว็บพนัน “ผมไม่ได้ใช้เงินเว็บพนัน แค่มรดกพ่อตาก็พันล้านแล้ว“