ตำรวจ สน.มักกะสัน แกะรอยโซเชียล ตรวจ DNA ญาติ เจอเหยื่อรายที่ 8 เหตุรถไฟชนรถเมล์แล้ว

ได้บทสรุปแล้ว! ตำรวจ สน.มักกะสัน แกะรอยผ่านโซเชียล ตามหาญาติ-ตรวจ DNA พิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 8 เหยื่อรถไฟชนรถเมล์ ล่าสุดผลนิติเวช ยืนยัน เป็นคนที่ตามหา

เปิดไทม์ไลน์การพิสูจน์ร่างผู้เสียชีวิตรายที่ 8 จากเหตุรถไฟชนรถโดยสารสาธารณะ ใกล้เป็นความจริง โดยพนักงานสอบสวน สน.มักกะสัน เริ่มแกะรอยจากเฟซบุ๊กหลังได้รับเบาะแสสำคัญ

เริ่มจากช่วงเช้าของวันเมื่อวันพุธที่ 20 พ.ค.2569 เพื่อนร่วมงานของผู้สูญหายคนหนึ่งโทรศัพท์ติดต่อมายัง ร.ต.อ.จารุพัฒน์ บัวแก้ว รอง สว.(สอบสวน) สน.มักกะสัน แจ้วว่าเพื่อนร่วมงานหายไป เพราะปกติเขาเป็นคนรับผิดชอบไม่เคยหนีงาน ไม่เคยขาดงาน

ร.ต.อ.จารุพัฒน์ รีบบอกให้มา สน.มักกะสัน แต่เพื่อนร่วมงานที่ติดต่อมาหายไปทั้งวัน กระทั่งช่วงค่ำจึงตัดสินใจโทรศัพท์หาเพื่อนร่วมงานซักถาม จึงได้มูลจากเพื่อนร่วมงานเพิ่มเติมมากขึ้น และเชื่อว่าผู้เสียชีวิตรายที่ 8 อาจจะเป็น “นายเสริมลาภ” (ขอสงวนนามสกุล)

เหตุผลที่เชื่อเพราะนายเสริมลาภ เพราะมีภาพที่ผู้โดยสารคนหนึ่งลงสตอรี่ในวันเกิดเหตุ นำมาเปรียบเทียบกับรองเท้า กระเป๋า กางเกง ของผู้เสียชีวิตคล้ายกันมาก จากนั้น ร.ต.อ.จารุพัฒน์ เริ่มค้นหาชื่อ พ่อ แม่ พี่น้อง ของนายเสริมลาภ เพื่อค้นหาหมายเลขโทรศัพท์เพื่อติดต่อให้มาตรวจ DNA แต่ตรวจสอบในระบบพบว่า พ่อ แม่ น้องชาย ก็เสียชีวิตไปก่อนแล้ว จึงตรวจสอบกับสำนักงานประกันสังคม และติดต่อไปยัง รพ. ที่นายเสริมลาภ ใช้สิทธิเผื่อมีเก็บตัวอย่างเลือด หรือเคยทำฟัน แต่คำตอบคือไม่เคยทำฟันและไม่มีการเก็บตัวอย่างอะไรไว้

แต่อย่างไร ก็ไม่ละความพยายาม ร.ต.อ.จารุพัฒน์ จึงประสานสถาบันนิติเวช รพ.ตร. เพื่อสอบถามแนวทาง และอาจจะต้องไปเก็บของที่ห้องพักเพื่อลองมาตรวจเทียบ DNA ดูก่อนเผื่อจะพอยืนยันได้

ช่วงเช้าของวันที่ 21 พ.ค.2569 ร.ต.อ.จารุพัฒน์ เดินทางไปที่สถาบันนิตินิเวช รพ.ตร. เพื่อหารือกับทีมนิติเวช และประสาน พฐ.นนทบุรี และเพื่อนร่วมงานของนายเสริมลาภ เพื่อไปเก็บของที่บ้านพักเขามาตรวจ และเริ่มมีญาติของนายเสริมลาภ เข้ามาติดต่อ แต่เมื่อมานั่งไล่สายสัมพันธ์ ทางนิติเวช ยืนยันว่าตรวจไม่ได้ ต้องเป็นญาติฝ่ายพ่อและเป็นผู้ชาย

ระหว่างนั้น ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ตัดสินใจประสานสำนักงานเขตเพื่อขอไล่สายสัมพันธ์ตระกูลของ นายเสริมลาภ ว่ายังมีญาติคนไหนฝั่งพ่อเขาที่ยังมีชีวิตอยู่บ้าง เช่นเป็นลูกของอาของลุงที่เป็นผู้ชายก็ได้

เบื้องต้นทราบว่า พ่อของนายเสริมลาภ มีน้องชื่อนายหลง และมีนายไพรัตน์ (ขอสงวนนามสกุล) เป็นหลานอีกคน ที่ยังมีชีวิตอยู่

ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ตัดสินใจโทรศัพท์หาญาติฝั่งพ่อทุกคนที่ติดติดต่อได้ แต่ได้คำตอบเหมือนกันทุกคน คือ ไม่รู้จัก ทั้งที่ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ทราบว่านี่แหละคือญาติที่ใกล้ชิดกันมาก เพราะเป็นน้องชายพ่อของนายเสริมลาภและอีกคนก็เป็น ลูกพี่ลูกน้องของนายเสริมลาภ แต่อาจจะเพราะครอบครัวตั้งรกรากต่างจังหวัดแยกย้ายกันตั้งแต่รุ่นพ่อจึงไม่รู้จักกัน

วันที่ 22 พ.ค.2569 ร.ต.อ.จารุพัฒน์ จึงโทรศัพท์ตามหานายไพรัตน์ ที่พักอยู่ จ.ชลบุรี ให้มาตรวจ ก็ไม่ยอมมาอ้างว่าทำงาน ติดงาน และไม่น่าจะยืนยันได้ และอาจจะยังไม่ปักษ์ใจเชื่อว่าเป็นญาติกันจริง แต่ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ ไม่ละความพยายามจึงอาสาดูแลค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้ นายไพรัตน์ก็ยอมมา จึงรีบประสานทีมนิติเวช เพื่อรอการตรวจ DNA

ช่วงเช้าของวันที่ 23 พ.ค.2569 นายไพรัตน์ มาลงประจำวัน ที่ สน.มักกะสัน และ ร.ต.อ.จารุพัฒน์ พามาตรวจ DNA ที่ นิติเวช รพ.ตำรวจ เรียบร้อย

ขณะนี้ผลจากทางนิติเวชชัดเจนแล้วว่า ผู้เสียชีวิตรายที่ 8 คือ นายเสริมลาภ จริง

“อีจัน” ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ