เปิดเบื้องหลัง “สารวัตรแจ๊ะ” นำทีม บุกพังประตู 3 ห้อง บุกจับแก๊งโรแมนซ์สแกม รวบชาวไนจีเรีย 6 ราย พบโทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง ตั้งรูปโปรไฟล์ฝรั่งภูมิฐานบังตา และสคริปต์แชตเสียว
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 เวลาประมาณ 16.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. , พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. , พล.ต.ต.วสันต์ เตชะอัครเกษม รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. นำกำลังตำรวจศอ.ปส.ตร , กก.สส.ภ.จว.นนทบุรี และ สภ.รัตนาธิเบศร์ เปิดปฏิบัติการ ทลายห้องมืด นำหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรี เข้าตรวจสอบห้องพัก 3 ห้อง คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง จ.นนทบุรี รวบผู้ต้องหา 6 ราย สัญชาติไนจีเรีย โดยทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “เป็นอั้งยี่ และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักร โดยที่การอนุญาตสิ้นสุด “ ในส่วนข้อหาการหลอกลวงรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam) อยู่ระหว่างการประสานกับผู้เสียหายและพนักงานสอบสวนท้องที่ต่าง ๆ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติม


ตรวจยึดของกลางโทรศัพท์มือถือ 18 เครื่อง (พบข้อมูลแชตการหลอกให้รัก , สคลิปการหลอก , ใช้ AI เจนเนอเรทใบหน้า หรือสร้างก่อให้เกิด), คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง และสมุดบัญชี 3 เล่ม
การตรวจค้นจับครั้งนี้ สืบเนื่องจากการสืบสวนขยายผลโดยเฉพาะกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดและเครือข่ายที่เป็นกลุ่มบุคคลต่างด้าว ซึ่งจับนายแพทริคสัญชาติไนจีเรีย ตัวการใหญ่ของเครือข่ายค้ายาเสพติด (โคเคน) ข้ามชาติ พร้อมพวกรวม 4 ราย มีการตรวจยึดโคเคน 27 กรัม ตรวจยึดทรัพย์สิน 2.5 ล้านบาท เมื่อวันที่ 18 เม.ย.2569


การขยายผลอย่างต่อเนื่องจนพบข้อมูลเครือข่ายแบบองค์กรอาชญากรรม โดยพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงอย่างผิดปกติไปถึงเครือข่ายชาวไนจีเรียกลุ่มหนึ่งในพื้นที่ จ.นนทบุรี พบว่าเครือข่ายนี้จะมี Visa เป็นนักเรียนทั้งสิ้น แต่กลับมีเงินหมุนเวียนสูงผิดปกติ และมีพฤติการณ์มั่วสุม 5 – 6 คน ภายในคอนโดมิเนียมติดแม่น้ำ พื้นที่ จ.นนทบุรี โดยไม่มีการออกไปทำงานหรือไปเรียนหนังสือใด ๆ
ชุดสืบสวนจึงรวบรวมพยานหลักฐานยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดนนทบุรี กระทั่งศาลอนุมัติออกหมายค้นห้องพักจำนวน 3 ห้อง ตามหมายค้นศาลจังหวัดนนทบุรีที่ 487/2569 , 488/2569 และ 489/2569 ลงวันที่ 22 พ.ค.2569

ต่อมา พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. ร่วมกับ พล.ต.ต.เดชรพี คงดี ผบก.ภ.จว.นนทบุรี พร้อมชุดสืบสวน นำหมายค้นศาลเข้าตรวจสอบห้องทั้ง 3 ห้อง โดยได้รับความร่วมมือจากนิติบุคคลเป็นอย่างดี แต่ทว่ากลุ่มคนร้ายก็มีความระมัดระวังตัวเช่นเดียวกัน
เมื่อชุดสืบสวนไปถึงห้องพัก ซึ่งผู้พักอาศัยไม่ยอมเปิดประตูห้อง โดยชุดสืบสวนได้ยินเสียงเล็ดลอดออกมาลักษณะมีการวิ่งไปมาภายในห้องคล้ายการพยายามทำลายหลักฐานจึงตัดสินใจพังประตูห้องเข้าไป
โดยห้องแรก พบชายชาวไนจีเรียจำนวน 3 ราย พบโทรศัพท์จำนวน 7 เครื่อง โดยปรากฏหน้าแชตโทรศัพท์มือถือที่ค้างไว้เป็นการปลอมโปรไฟล์หลอกลวงสาวสูงวัยรูปแบบหลอกให้รัก (Romance scam)
โดยพฤติการณ์ขณะบุกเข้าห้องมีชายชาวไนจีเรีย 1 ราย พยายามจะปีนระเบียงหนี และอีก 1 ราย นอนแอบอยู่ในพื้นห้องน้ำชั้นในโดยพยายามส่งข้อความโทรศัพท์ไปบอกเครือข่ายห้องอื่น ๆ
ต่อมา ”สารวัตรแจ๊ะ“ เร่งนำกำลังบุกพังประตูอีก 2 ห้อง (ตามหมายค้น) ก่อนรวบตัวผู้ต้องหาได้อีก 3 ราย รวมจับกุมผู้ต้องหาทั้งสิ้น 6 ราย ตรวจยึดโทรศัพท์จำนวน 18 เครื่อง และคอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊ค 3 เครื่อง



จากการขยายผลได้พบข้อมูลในโทรศัพท์ของผู้ต้องหา โดยมีแชตการสนทนาหลอกเหยื่อในแอปพลิเคชัน แมสเซนเจอร์ , เฟซบุ๊ก , วีแชต , ติ๊กต๊อก , ไลน์ และ ซาโร โดยกลุ่มผู้ต้องหาจะใช้โปรไฟล์เป็น ชายชาวต่างชาติ ที่มีหน้าตาและหน้าที่การงานดี เช่น นักบิน ทหารอเมริกัน ทนาย วิศวะกร แพทย์ ฯลฯ แชตสนทนากับเหยื่อลักษณะหลอกให้หลงรัก ก่อนจะแจ้งว่าได้ส่งพัสดุจากต่างประเทศมาให้แต่ติดด่านศุลกากร ต้องโอนเงินมาให้ โดยเหยื่อส่วนใหญ่จะเป็นหญิงไทยที่สูงวัย
และชุดสืบสวนพบกับสคลิปแบบต้นฉบับ ที่กลุ่มคนร้ายจะใช้ในการคุยกับเหยื่อ ซึ่งมีจำนวนมากที่น่าตกใจคือ “สคริปต์แชตเสียว“ โดยจะมีบทพูดเพื่อนำพาเข้าสู่อารมณ์แห่งราคะ โดยเน้นเพื่อให้หญิงสูงอายุ ได้พบกับความปรารถนาอันเร่าร้อน ซึ่งพบพยานหลักฐานลักษณะการหลอกลวงแบบนี้จากข้อมูลในโทรศัพท์ มือถือของผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย
และจากการตรวจสอบพบว่าล้วนอยู่เกินเวลากำหนด (Overstay) นานแล้ว จึงได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ก่อนนำตัวพร้อมของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ ดำเนินคดีตามกฏหมาย เบื้องต้นในชั้นจับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาล และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ที่ให้กวาดล้างกลุ่มทุนต่างชาติที่เข้ามาแฝงตัวทำธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย โดยการขยายผลอย่างต่อเนื่องมาจากการจับเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ (โคเคน) เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งปฏิบัติการในครั้งนี้เราพบหลักฐานทั้งแชตการสนทนากับเหยื่อที่กำลังจะถูกหลอก, ระบบ AI เจนเนอเรทใบหน้าปลอมตบตาเหยื่อ และสคริปจิตวิทยาในการหลอกลวงหญิงไทยในกลุ่มผู้สูงอายุ มีการพัฒนาของมิจฉาชีพไม่ได้ใช้แค่รูปโปรไฟล์ปลอมแล้ว แต่ใช้ AI ขยับใบหน้า ทำคลิปวิดีโอคอลปลอม และมีบทพูดหรือสคริปต์จิตวิทยาขั้นสูงที่จงใจเล่นกับอารมณ์ความเหงา ความรัก และความพึงพอใจของเหยื่อ อยากฝากถึงพี่น้องประชาชน โดยเฉพาะบุตรหลานที่มีผู้สูงอายุอยู่ที่บ้าน ให้ช่วยกันสอดส่องดูแล หากมีชาวต่างชาติหน้าตาดี หน้าที่การงานเลิศหรู ทักแชทมาคุย ชวนคุยเรื่องลึกซึ้ง แล้วสุดท้ายลงเอยด้วยการอ้างว่าส่งของมาให้แต่ติดศุลกากรต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมก่อน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนเลยครับว่าเป็นมิจฉาชีพ 100 เปอร์เซนต์ ห้ามโอนเงินเด็ดขาด
