อ.อ๊อด เชื่อแอมมีความรู้การใช้ไซยาไนด์ ยันไซยาไนด์เสพเท่ากับตาย

“อ.อ๊อด” นำผลตรวจหลักฐานกว่า 300 รายการ ที่ตำรวจส่งให้ตรวจสอบหาสารไซยาไนด์ มอบให้ตำรวจหลังตรวจแล้วเสร็จ ยืนยัน “ไซยาไนด์” ไม่สามารถผสมในยาเสพติดได้เพราะเป็นยาพิษ เชื่อเป็นแนวทางต่อสู้ของ “แอม”

จากกรณีแอมรับสารภาพ โดยอ้างว่า ให้สารไซยาไนด์แก่ก้อยจริง แต่ไม่ได้บอกว่าให้โดยวิธีการกิน แต่ให้นำสารไซยาไนด์ไปลอง โดยใช้ร่วมกับยาเสพติด ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

แอมรับสารภาพ เอาสารไซยาไนด์ ให้เหยื่อจริง!

ล่าสุดวันนี้ (16 พ.ค. 66) รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ หรือ อาจารย์อ๊อด อาจารย์ประจำภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ เดินทางมาที่ตำรวจภูธรภาค 7 เพื่อนำผลของการตรวจสอบสารเคมีที่ตรวจยึดได้ จากการตรวจวัตถุพยานจำนวน 296 รายการ จาก 18 ครั้ง ที่ชุดสืบสวนได้ส่งมาให้ตรวจสอบ มามอบให้ตำรวจหลังจากได้ตรวจสอบเสร็จสิ้นแล้ว

โดยในจำนวนนี้พบว่ามีไซยาไนด์ปะปนอยู่ ซึ่งเป็นสารที่ไม่เจอในธรรมชาติ แต่เป็นสารสังเคราะห์ขึ้นมา สั่งซื้อมาแบบเฉพาะเจาะจงลักษณะเป็นเกล็ดคล้ายเกลือ ซึ่งเป็นสารพิษที่สามารถดูดซึมเข้าร่างกายได้ และเสียชีวิตได้รวดเร็วภายใน 1-2 นาที ส่วนจะมีความเชื่อมโยงกับ น.ส.แอม หรือไม่ ต้องรอให้ชุดสืบสวนตรวจสอบก่อน

ส่วนการรับสารภาพของ น.ส.แอม ที่ให้ปากคำล่าสุดที่อ้างว่าใช้ไซยาไนด์ผสมกับสารเสพติด อาจารย์อ๊อด เห็นว่าผู้ต้องหามีที่ปรึกษาที่มีความรู้อยู่ภายนอก และพอรู้แนวทางการต่อสู้ ซึ่งที่ผ่านมาเคยมีการต่อสู้ในลักษณะนี้คดีในประเทศอินโดนีเซีย

สำหรับสารไซยาไนด์ไม่สามารถมาใช้ผสมกับยาเสพติดได้เนื่องจากเป็นยาพิษ ซึ่งมติคณะรัฐมนตรีปี 2565 ได้มีคำสั่งให้ควบคุมการนำเข้าสารตั้งต้นยาเสพติด 3 ชนิด คือ เบนซิลคลอไรด์ เบนซิลไซยาไนด์ และโซเดียมไซยาไนด์ ซึ่งทั้ง 3 ชนิด ก่อนหน้านี้พบว่ามีการนำเข้าผ่านประเทศไทยไปผลิตยาเสพติดในประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะถูกนำส่งกลับมาขายในไทย จึงมีคำสั่งให้ควบคุมสารดังกล่าว ซึ่งวันนี้ก็จะนำข้อมูลดังกล่าวให้ชุดสืบสวนพิจารณาถึงการดำเนินคดีของแต่ละคดีที่ตรวจพบ

อาจารย์อ๊อด ยังกล่าวอีกว่า การผลิตยาเสพติดด้วยสารตั้งต้นดังกล่าวค่อนข้างยาก จะต้องมีผู้เชี่ยวชาญด้านเคมีเป็นผู้ผลิต เพราะจะต้องดัดแปลงถึง 3 ขั้นตอน กว่าจะได้เป็นยาเสพติด แต่ไซยาไนด์คดีนี้ไม่สามารถนำมาตั้งต้นเป็นสารเสพติดได้ เพราะหากกินไปเพียง 10 มิลลิกรัมก็จะทำให้เสียชีวิตทันที ซึ่งการกระทำดังกล่าวต้องมีทักษะ ซึ่งจากการประเมินแล้ว น.ส.แอม ไม่สามารถกระทำได้อย่างแน่นอน

สำหรับการตรวจหลักฐานที่ตำรวจส่งมาให้ในรอบที่ 3 พบว่ามีหลักฐานที่ตรวจพบไซยาไนด์ชัดเจน ส่วนยาแก้พิษไซยาไนด์ ในช่วงแรกก็ยังไม่ทราบว่าเป็นสารแก้พิษ แต่เมื่อได้ตรวจสอบกับผู้เชี่ยวชาญ และแพทย์ก็พบว่าสารชนิดนี้เป็นสารที่ใช้แก้พิษดังกล่าว ส่วนรายละเอียดของการตรวจสอบขอให้ตำรวจเป็นผู้เปิดเผยรายละเอียด เนื่องจากเป็นข้อมูลทางคดี

คลิปอีจันแนะนำ
เปิดปาก… แอม ไซยาไนด์