วันนี้ 17 ส.ค.2566 พล.ต.ท.วรวัฒน์ วัฒน์นครบัญชา ผบช.สอท. หรือ ตำรวจไซเบอร์ แถลงข่าวปฏิบัติการการตัดวงจรทุนจีนคริปโต โดยขยายผลจากกรณีที่ก่อนหน้านี้ ได้จับคนร้ายในเครือข่ายไฮบริดสแกม ที่หลอกลวงผู้เสียหายลงทุนเงินสกุลดิจิทัลผ่านแพลตฟอร์มปลอม มีผู้เสียหายกว่า 200 ราย ส่วนใหญ่เป็นชาวไทย และมีชาวต่างชาติสามราย เป็นชาวอเมริกัน1 ราย อังกฤษ 1 ราย และจีน 1 ราย รวมกว่า 20,000 คดี มูลค่าความเสียหายรวมกว่าหมื่นล้านบาท
โดยปฏิบัติการในครั้งนี้ขออำนาจศาลอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาชาวจีนเพิ่มเติมอีก 2 ราย คือ น.ส.เผิงเฟย ไช่ อายุ 37 ปี และนายอาบิน เย่ อายุ 41 ปี ในข้อหามีส่วนร่วมในการก่ออาชญากรรมข้ามชาติ , ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น โดยทุจริตหรือหลอกลวง และ ร่วมกันนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

โดยจากการตรวจสอบพบว่า น.ส. เผิงเฟย ไช่ หนึ่งในผู้ต้องหา เข้ามาในประเทศไทยโดยใช้วีซ่าเวิร์คเพอร์มิต และทำหน้าที่บริหารการเงินในบริษัทเกี่ยวกับการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยแทนลูกค้าชาวจีนจำนวน 3 แห่ง และอยู่ระหว่างติดตามจับนายอาบิน เย่ หลบหนีอยู่ในประเทศกัมพูชา
นอกจากนี้นำหมายศาลเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายจำนวน 29 จุด ให้พื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี ชลบุรี อายัดทรัพย์ได้กว่า 100 รายการ อาทิ รถยนต์หรู อาทิ โรลส์-รอยซ์ เบนซ์ โตโยต้าอัลพาร์ด ห้องชุด บ้านเดี่ยวที่มีชาวจีนสัญชาติกัมพูชามีชื่อเป็นผู้ครอบครอง เอกสารสัญญาซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ และเอกสารสัญญาเช่า มูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท รวมปฏิบัติการทั้ง 4 ครั้ง สามารถอายัดทรัพย์ได้รวมกว่า 3,000 ล้านบาท



ซึ่งหลังจากนี้ยังจะสืบสวนขยายผลเกี่ยวกับโฉนดที่ดินหลายพื้นที่ จำนวนกว่า 15 ฉบับ ที่ตรวจพบจากปฏิบัติการครั้งนี้ และจะประสานสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ (ป.ป.ง.) เพื่อให้ตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของเครือข่ายดังกล่าว และดำเนินการตาม พ.ร.บ.ฟอกเงิน เพื่อเร่งดำเนินการเฉลี่ยทรัพย์คืนแก่ผู้เสียหายต่อไป
พร้อมกันนี้แจ้งเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังการถูกหลอกลวงให้ลงทุนในแอปพลิเคชันปลอมที่มีรายชื่อดังต่อไปนี้ คือ BChGlobal , Bitmox , OrangeX BitcoinEX , NAGA , Bitgo ,Cobo , EthMiner , SpotGlobal , Paxful , MATH
