“บิ๊กต่าย” สั่งระดม “ภูธรภาค 1-กองปราบฯ” ล่าตัว “ไอ้แอล” ชายคลั่งซ้อมเมีย

ลุยเต็มที่! “บิ๊กต่าย” สั่งระดมกำลัง “ภูธรภาค 1-กองปราบฯ” ล่าตัว “ไอ้แอล” ชายคลั่งซ้อมเมีย ยัน พบรถผู้ก่อเหตุแล้ว ย้ำ ไม่ได้บุกโรงเรียน ขอ ปชช. อย่าตื่นตระหนก

จากกรณี (15 ก.พ. 69) นายนพรัตน์ (แอล) ชายวัย 30 ปี ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ยิงใส่เจ้าหน้าที่กู้ภัย บนถนนมอเตอร์เวย์สาย 7 จ.ชลบุรี ภายหลังมีปากเสียงร่วมแฟนสาว ก่อนขับรถมุ่งหน้ามายังพื้นที่บ้านเกิด อ.ลาดหลุมแก้ว จ.ปทุมธานี ก่อนที่ต่อมา 18 โรงเรียนในพื้นที่ สั่งยุติการเรียนการสอนชั่วคราว และขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัว นั้น

วันนี้ (18 ก.พ. 69) พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) สั่งการด่วนให้ พล.ต.ท.วัฒนา ยี่จีน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 และ พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี จัดชุดปฏิบัติการพิเศษ และสั่งการให้กองบังคับการปราบปราม ร่วมสนับสนุนภารกิจเร่งรัดติดตามจับกุมตัว นายนพรัตน์ หรือ “แอล” ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีพยายามฆ่า และ พ.ร.บ.อาวุธปืนฯ  

พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า จากกรณีที่มีสถานศึกษาในพื้นที่ประกาศหยุดเรียนฉุกเฉินเพื่อความปลอดภัยนั้น ขอชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อให้ประชาชนคลายกังวลว่า ผู้ก่อเหตุไม่ได้มีการบุกรุกเข้าไปก่อเหตุภายในโรงเรียนแต่อย่างใด ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ปกครองอย่าตื่นตระหนก แต่ขอให้เพิ่มความระมัดระวังในการสัญจร 

โดยความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนได้ตรวจพบและยึดรถกระบะที่คนร้ายใช้ในการหลบหนีได้แล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างการปูพรมปิดล้อมและกดดันอย่างหนัก เพื่อนำตัวผู้ต้องหามาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นบุคคลอันตราย พร้อมขอความร่วมมือพี่น้องประชาชนงดแชร์ข่าวที่ไม่เป็นความจริง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนและกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ โดยมอบหมายให้ตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานีแถลงความคืบหน้าและสถานการณ์ให้ทราบเป็นระยะ 

ทั้งนี้ หากพบเบาะแส หรือพบบุคคลต้องสงสัยที่มีตำหนิรูปพรรณดังกล่าว โปรดระมัดระวังอย่าเข้าใกล้เนื่องจากคนร้ายมีอาวุธปืนและอาจอยู่ในสภาวะเครียด ให้รีบแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ หรือโทรสายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง