จากกรณีฆาตกรโหดฆ่ายกครัว 5 ศพพ่อแม่ลูกชาวเขาเผ่าม้ง
ตำรวจเร่ง สืบหา ฆาตกร ฆ่ายกครัว 5 ศพความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (10 ก.พ. 66) เจ้าหน้าที่ทหารร่วมกับฝ่ายปกครอง อำเภอวังเจ้า ได้ออกลาดตระเวน พร้อมกับจับกุมแรงงานต่างด้าวทีลักลอบเข้ามาอย่างผิดกฎหมาย

ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ออกตรวจลาดตระเวนเจ้าหน้าที่ได้ทำการซุ่มดูตามจุดเสี่ยงจนมาถึงป่าหลังท้ายหมู่บ้านผาผึ้ง ม.6 ต.เชียงทอง อ.วังเจ้า จ.ตาก พบรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย จำนวน 1 คัน และรถยนต์ต้องสงสัย จำนวน 1 คน เจ้าหน้าที่จึงสกัดและส่งสัญญาณให้หยุดรถเพื่อขอตรวจค้น โดยพบคนขับรถจักรยานยนต์ 1 คน (เป็นผู้นำทางและดูต้นทาง) และรถยนต์พบคนขับ 1 คน (ผู้นำพา) พร้อมแรงงานต่างด้าว จำนวน 15 คน (ชาย 11 คน หญิง 4 คน) จากการตรวจสอบไม่มีเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทางแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่จึงร่วมกันจับกุมตัว พร้อมตรวจยึดของกลางรถจักรยานยนต์ 1 คัน รถยนต์กระบะ 1 คัน และวิทยุ 2 เครื่อง แล้ววนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.วังเจ้า/ตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ขณะที่ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นายอาทิตย์ แสงว่าง ผู้ใหญ่บ้านปางสังกะสี ได้นำตัวแรงงานต่างด้าวสูงอายุคนหนึ่ง ซึ่งเป็นแรงงานในไร่ของผู้ตาย ไปให้ตำรวจ สภ.วังเจ้า ทำการสอบปากคำ
นายอาทิตย์ เปิดเผยว่า แรงงานต่างด้าวรายนี้ เป็น 1 ใน 3 คนงานในไร่ผู้ตาย ที่ยังอยู่ในพื้นที่ และคาดว่าอาจจะเป็นผู้เห็นเหตุการณ์ เบื้องต้นแรงงานคนนี้ไม่สามารถสื่อสารภาษาไทยได้ จึงต้องใช้ล่ามในการสื่อสาร และมีแรงงานต่างด้าวในพื้นที่ อีก 3 คน เป็นชาย 2 หญิง 1 นั่งหลังรถลงไปสอบปากคำพร้อมกัน แต่ยังให้การปฎิเสธว่า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์สังหารโหดในครั้งนี้

พ.ต.อ.วสันต์ ศิริกาญโกมล ผกก.สภ.วังเจ้า เปิดเผยว่า วันนี้ยังคงให้ทีมสอบสวน สนธิกำลังลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของคดีเพิ่มเติม และอยู่ระหว่างสอบปากคำแรงงานต่างด้าวสูงอายุที่อยู่ในพื้นที่ และนำแรงงานต่างด้าวที่คาดว่าจะรู้จักกับกลุ่มผู้ก่อเหตุ มาสอบปากคำ เพื่อหารูปพรรณสัณฐาน รวมถึงรอผลการชันสูตรพลิกศพ ทุกอย่างจะชัดเจนขึ้น
โดย 1 ในแรงงานชาวเมียนมา ที่นำตัวมาสอบปากคำได้แก่ นายอาโป ที่เคยทำงานรับจ้างอยู่ในไร่ของผู้ตาย ซึ่งช่วงวันเกิดเหตุนายอาโปไปรับจ้างอยู่ในไร่อื่น และแรงงานชาวเมียนมา ในไร่ข้างเคียงที่รู้จัก แรงงานเมียนมา ที่อยู่ในไร่ผู้ตายที่หลบหนีไป เพื่อสอบสวนรายละเอียดแห่งคดี

สำหรับแนวทางการทำคดีนั้น เดิมมี 4 ประเด็นประกอบด้วย
1.ปัญหาความขัดแย้งในครอบครัวในครอบครัว
2.เรื่องเงินค่าจ้างแรงงานต่างด้าว ซึ่งผู้ตายเคยจ้างไว้ 7 คนกลับประเทศไปแล้ว 4 คน ปัจจุบันเหลือ 3 คน ซึ่งผู้ตายไม่ได้จ่ายค่าแรง ทำให้แรงงานเมียนมามีความโกรธแค้น จึงลอบสังหารและมีการนำทรัพย์ที่เป็นรถอีแต๋นไปด้วย
3.ธุรกิจมืด และกรณีที่เคยต้องคดียาเสพติด รวมทั้งหนีหมายศาลจังหวัดเพชรบูรณ์
4.ชิงทรัพย์
แต่ล่าสุด ตำรวจมุ่งไปที่ปัญหาความขัดแย้งกับแรงงานต่างด้าว หลังพบว่า ผู้ตายมีแรงงานทำงานในไร่ 7 คน ที่ทำงานด้วยกันมา 3 ปี ก่อนหน้านี้ได้กลับไปแล้ว 3 คน ยังเหลือ 4 คนที่ทำงานในไร่ และ มีความขัดแย้งเรื่องการจ่ายค่าแรง ก่อนหนีหายไป เพราะผู้ตายชอบพกเงินเยอะ และขโมยรถอีแต๋นของผู้ตายคนร้ายขับรถหนีไปทางพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก และทิ้งเอาไว้กลางทางเนื่องจากน้ำมันน้ำมันหมด จากนั้นก็เดินเท้าหลบหนี
