วันนี้ (3 ก.ย. 68) หลังจากที่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.หนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ได้รับแจ้งเหตุพบโครงกระดูกปริศนาในบ่อเกรอะร้าง หลังบ้านเลขที่ 59 หมู่ 7 บ้านโคกลุงกราด ต.แหลมทอง อ.หนองบุญมาก เมื่อวานที่ผ่านมา (2 ก.ย.) โดยที่เกิดเหตุเป็นบ่อเกรอะเก่า ที่ไม่ได้ใช้งาน อยู่บริเวณด้านหลังตัวบ้าน ล้อมรอบด้วยป่าข้าวโพด


จากการตรวจสอบ พบโครงกระดูกมนุษย์จำนวนหนึ่ง พร้อมเสื้อผ้าติดอยู่กับร่างกาย จนทราบว่า บ้านหลังดังกล่าวเคยมีผู้อยู่อาศัยชื่อ นายเสิง อายุ 65 ปี ซึ่งได้หายตัวไปตั้งแต่ 15 พฤศจิกายน 2565 โดยหลังนายเสิงหายตัวไป ญาติได้เข้าแจ้งความบุคคลสูญหายไว้ที่ สภ.หนองบุญมาก
ด้านนางทวี หรือ ยายปั่น อายุ 60 ปี ภรรยาของนายเสิง (ผู้เสียชีวิต) ซึ่งเป็นผู้ขุดพบโครงกระดูก เปิดเผยว่า ขณะกำลังถอนหญ้าอยู่หลังบ้าน พบดินทรายไหลเข้าไปอุดบ่อเกรอะร้าง ซึ่งขณะนั้นพบว่า บ่อเกรอะถูกปิดไม่สนิท ก่อนจะใช้จอบตักดินออก และเจอโครงกระดูกโผล่ขึ้นมา ในตอนแรกคิดว่าเป็นกระดูกสัตว์ ตนจึงขุดต่อไป ก่อนจะพบโครงกระดูกอีกหลายชิ้น รวมทั้งเจอกะโหลกศีรษะ พร้อมเสื้อผ้า และเมื่อตรวจสอบดูใกล้ ๆ ตนจำได้ว่าเป็นเสื้อของสามี ที่หายตัวไปนานกว่า 3 ปี

นางทวี เล่าย้อนไปว่า เมื่อปี 2565 นายเสิง (สามี) ได้หายตัวไป โดยไม่มีใครทราบชะตากรรม ตอนนั้นตนเคยได้ยินข่าวลือจากชาวบ้านว่า สามีไปอยู่กับเมียใหม่ และมีคนพบเห็นที่ตลาด ตนจึงเชื่อว่าสามีหนีไปเอง คิดว่าสามียังมีชีวิตอยู่ กระทั่งมาพบโครงกระดูกในครั้งนี้
ทั้งนี้ นายเสิง (ผู้เสียชีวิต) เคยดื่มสุราเป็นประจำ และคาดว่าวันเกิดเหตุอาจมีฝนตก ขณะเมาสุราและเดินออกไปดูน้ำหลังบ้าน ก่อนพลัดตกลงไปในบ่อเกรอะโดยไม่มีใครเห็น เนื่องจากพื้นที่ด้านหลังเป็นป่ารกทึบ นางทวี เผยอีกว่า ตลอดช่วงที่ผ่านมา เคยได้กลิ่นเหม็นเน่าอยู่บ่อยครั้ง แต่คิดว่าเป็นกลิ่นน้ำหมักชีวภาพ ที่สามีเคยทำจากซากสัตว์ จึงไม่เอะใจ

หลังตรวจสอบโครงกระดูกที่พบเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำโครงกระดูกส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อตรวจพิสูจน์อัตลักษณ์บุคคลว่าเป็นนายเสิงจริงหรือไม่ และหาสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากสาเหตุใด
ซึ่งขณะนี้ เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลพิสูจน์จากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อยืนยันตัวบุคคล และหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริง ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป

“อีจัน” ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
