วันนี้ (16 ก.ค.67) เวลา 21.15 น. นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เดินทางมาที่ โรงแรมย่านราชประสงค์ ซึ่งเกิดเหตุสลดมีผู้เสียชีวิต 6 รายภายในห้องพัก โดยผู้เสียชีวิตเป็นชาวเวียดนาม สัญชาติเวียดนาม และสัญชาติอเมริกัน

นายเศรษฐา กล่าวว่า เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. พบศพชาวเวียดนาม 6 คน โดยมีสัญชาติอเมริกัน 2 ราย สัญชาติเวียดนาม 4 ราย สันนิษฐานว่าเสียชีวิตมาแล้ว 20 ชั่วโมง ไม่มีการชิงทรัพย์ ไม่มีการทำร้าย คาดทานอะไรเข้าไปรึเปล่า ไม่เกี่ยวเรื่องปล้น ต้องพิสูจน์ทราบต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. กล่าวว่า พนักงานไปทำความสะอาด ชั้น 5 เพราะต้องเช็คเอาท์ แต่ไม่มีเช็คเอ้าท์เลยเข้าไปตรวจ เมื่อเปิดประตูเข้าไป เจอศพ ก็รีบมาแจ้งผู้บริหาร แล้วแจ้ง สน. ประมาณ 17.00 น. ทีมสืบก็มาพิสูจน์หลักฐาน ข้อมูลที่ได้ตอนนี้คือ เสียชีวิต 6 ราย อยู่โซนรับแขก 4 ห้องนอน 2 ชาย 3 หญิง 3 ทั้งหมดเข้ามาไทย เช็คอินไม่พร้อมกัน วันที่ 13 ก.ค.67 1 ชุด วันที่ 14 ก.ค.67 อีก 1 ชุด พักชั้น 7 จำนวน 4 ห้อง ชั้น 5 จำนวน 1 ห้อง โดยแจ้งจองห้องมา 7 คน แต่เช็คอิน 5 คน พบ ศพ 6 ราย

พล.ต.ท.ธิติ กล่าวต่อว่า เป็นเรื่องที่ฝ่ายสืบพิสูจน์แล้วว่า รู้ตัว 6 รายที่เสียชีวิตแล้ว ส่วนมายังไงต้องรอตรวจสอบ แล้วคนที่ 7 มีจริงหรือไม่ ส่วนที่พักชั้น 7 ทั้ง 4 ห้อง ต้องเช็คเอาท์เมื่อวาน ตอนบ่าย เก็บกระเป๋าไปรวมที่ห้องชั้น 5 สันนิษฐานจากการขนกระเป๋าไปรวมกัน แต่ไม่มีการเดินทางออกไป เพราะคนที่มารับไม่มี ไม่มีการจ่ายเงิน เชื่อว่าเสียชีวิตหลังเวลา 13.53 น. เพราะเมนูอาหารที่สั่ง อาหารจานเดียว 6 จาน วางอยู่ในห้องรับแขก มีถ้วยเครื่องดื่ม คล้ายผสมวางไว้ 6 ถ้วย ตรงกับผู้ตาย 6 คน เบื้องต้นฝ่ายสืบ ไม่พบร่องรอยต่อสู้ ไม่มีการรื้อค้น ประตูล็อคจากด้านใน แม่บ้านที่ตรวจต้องเข้าทางด้านหลัง ตอนนี้ฝ่ายสืบสรุปแนวทาง
1.คนที่ 7 ต้องพิสูจน์ว่าเดินทางเข้ามาจริงมั้ย
2.ต้องเก็บรายละเอียดทั้งหมดของผู้ตาย ดูปูมหลังทั้งหมด
3.หากคนที่ 7 ไม่มี ต้องดูว่าอะไรคือเหตุจูงใจ
พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า เบื้องต้น กระเป๋าทั้งหมด ได้ประสานไปสถานทูต ต้องเอาไปพิสูจน์รวมกัน ว่ามีอะไรเป็นหลักฐานหรือไม่ เพื่อบ่งบอกว่ามีใครเกี่ยวข้อง ตอนนี้สรุปได้ว่า ทั้งหมดไม่ได้ทำร้ายตัวเอง มีคนทำให้ตาย ทั้งหมดเป็นเชื่อสายเวียดนาม มีสัญชาติเมกัน 2 คน เราไม่ได้โยงเรื่องสัญชาติอะไร ไม่เกี่ยวกับประเด็นใดๆ ห้องพักชั้น 7 เปิดวันที่ 13 ก.ค.67 ชั้น 5 เปิดวันที่ 14 ก.ค.67ทั้งหมดเช็กเอาท์พร้อมกัน 15 ก.ค.67

นอกจากนี้ อาหารยังไม่ได้เปิด พิสูจน์หลักฐานต้องเก็บทุกอย่างไปตรวจ ภาชนะทุกชิ้น เครื่องดื่มว่างไว้ที่เคาน์เตอร์ มีแก้ว 1 ใบวางที่โต๊ะอาหาร ทั้งหมดถูกดื่มหมด พบชาอู่หลงที่เพิ่งถูกซื้อมา น้ำเกลือแร่ น้ำผึ้ง วางไว้ มีการเปิดเอามาใช้แล้ว วางไว้ที่ห้องรับแขก คนอื่นไม่มีบาดแผลอะไร มีรายเดียวมีแผล คาดล้มหัวฟาด
ตอนนี้ไล่รายละเอียดทั้งหมด สตม.และสืบสวน ไล่ดูตั้งแต่ลงเครื่อง ถึงวันที่ 13 ก.ค.67 ชุดแรกและชุดสอง ไล่ดูว่าไปไหนมาบ้าง แล้วเอามาประกอบกัน ต้องไปคุยต่อที่ สน.ลุมพินีที่จะต้องไปตรวจกระเป๋า โดย ผู้การสพฐ. อยู่นาน ต้องเจอข้อมูล ดูทางเดินทั้งหมด เผื่อมีร่องรอยอะไร พิษวิทยาก็มาดูด้วย เก็บข้อมูลทั้งหมด ยังไม่ทราบว่าใครมาหลายครั้งมาก ไม่ได้เช็กสตม. ดูแค่จาก สตม. ไล่ดูว่าใครจองตั๋วให้ นั่งข้างใคร

สำหรับรายละเอียดอื่นๆ พล.ต.ท.ธิติ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ ตอนนี้มีบัญชีพยานบุคคล กำลังไล่อยู่ ตรวจคีการ์ดอยู่ ต้องดูว่าสอดกับกล้องวงจรปิดหรือไม่ ตั้งประเด็นก่อนว่า มีบุคคลประสงค์ชีวิตคนกลุ่มนี้ต้องรอนิติวิทยา การตรวจที่เกิดเหตุและชันสูตรต้องสอดคล้องกัน ลักษณะสภาพที่เกิดเหตุ พนักงานสอบสวนตรวจสอบ พบบางบุคคลพยายามจะมาที่ประตูแต่มาไม่ถึง เพราะล้มก่อน ชาย 1 หญิง 1 ร่างกายไม่มีบาดแผลใด การที่เปิดประตูไม่ได้เป็นเพราะอะไร ต้องตรวจสอบ มีคนตายนอนที่หน้าประตู 1 คน แม่บ้านต้องเดินไปด้านหลังชั้น 5 เป็นวิลล่าเป็นไพรเวทโซน สามารถเดินเชื่อมกันได้ ถ้ามีผู้ก่อเหตุก็มีความเป็นไปได้ที่จะใช้ทางด้านหลังหนี แต่ต้องดูว่าเดินไปลิฟท์ทางไหน
ผบ.ชน กล่าวว่า มีการจองไว้ 7 คน เช็กอิน 5 คน ตาย 6 คน แม่บ้านไปตามเพราะเลยเวลาเช็กเอาท์ พอเปิดไม่ได้ ก็ไปดูจึงพบคนตาย ตร.กำลังตามหาคนที่ 7 ตั้งแต่เจอศพ ทุกคนมีแจ้งไฟท์ ถ้าคนที่ 7 มาด้วย ก็ต้องเห็น ตม.ต้องรู้ กำลังไล่ย้อนกล้อง คนที่ 7 มีจริงหรือไม่ต้องเช็กก่อน ถ้าไม่มีเพราะอะไร ตอนนี้ให้สถานทูตดูข้อมูล ว่าคนทั้ง 6 เข้าไทยมาทำไม มีอาชีพอะไร เบื้องต้นตั้งไว้ว่า ไม่มีการทำร้าย ต่อสู้ ไม่มีรื้อค้น สันนิษฐานว่า ไม่ประสงค์ทรัพย์ ไม่มีคนนอกเข้าไป เป็นไปได้ว่ากระทำกันข้างใน อาจจะซ่อนตัวหรือยังไง

ตอนนี้กำลังตรวจสอบเด็กเสิร์ฟที่เข้าไปส่งของ อาหารทั้งหมดเป็นชนิดเดียวกัน พนักงานเข็นรถไปส่ง กำลังดูกล้องอยู่ เวลา 13.53 น. ของเมื่อวาน ว่าใครเข้าไป ไปกี่คน ในห้องมีกี่คน ย้อนดูว่า วันที่ 14 ก.ค.67 ไปไหนกัน มีใครพาไป ต้องตามคนที่เกี่ยวข้องมายืนยันว่า มีกี่คน ตามไกด์มาถามด้วย ไกด์ที่ได้รูปมา ไม่ตรงกับคนที่มาเมื่อตอนหัวค่ำ คนที่มาเขาบอกว่าถูกให้มาตรวจสอบ เป็นไปได้ว่าจะมารับกลุ่มนี้ไปสนามบิน แต่ติดต่อไม่ได้ มีการสั่งเคาน์เตอร์ไว้ว่า ถ้าคนนี้มาให้ขึ้นไปที่ห้องชั้น 7

ผบ.ชน กล่าวว่า มีขวด 2 ขวดสแตนเลส ไม่ใช่ของโรงแรม พฐ.เก็บไปแล้ว ยังไม่ได้ตรวจสอบน้ำข้างใน อาหารที่ส่งเมื่อวานไม่ถูกแตะต้องเลย ชั้น 7 ต้องเช็กเอาท์เมื่อวาน โรงแรมติดต่อไม่ได้ ก็ติดต่อรถที่จะมารับ ส่วนชั้น 5 เช็กเอาท์วันนี้ จึงพบศพ ทั้งนี้ห้องรับแขกกว้าง มีห้องสปา คดีตรวจสอบไม่ยาก นิติเวชจะเป็นตัวพิสูจน์
พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สพฐ. กล่าวว่า ต้องตรวจทุกอย่างที่เก็บไป ว่ามีพิษหรือไม่ ยืนยันไม่มีร่องรอยต่อสู้ ไม่มีรื้อค้น อาหารไม่ถูกแตะ แกะนิดหน่อยแค่บางจาน อาหารไม่ตกพื้น อาจจะดื่มกันก่อนจะทานอาหาร แก้วกาแฟทุกแก้วถูกดื่มจนหมด ไม่รู้ว่าทำไมต้องดื่มพร้อมกัน 5 แก้ววางโต๊ะจัดเตรียม อีกแก้ววางที่โต๊ะอาหาร มีคราบเครื่องดื่มอยู่ทั้งหมด ไม่รู้ว่าเป็นชาหรือกาแฟ


พล.ต.ท.ธิติ กล่าวเสริมว่า พบความสอดคล้องของชื่อ อาจจะเป็นพี่น้อง ไม่อยากให้กระทบนักท่องเที่ยว เป็นการก่อเหตุในที่ปิด ต้องตรวจสอบว่า ไกด์มีกี่คนแน่ ตั้งคำถามว่า มาเที่ยวทำไมมาแค่ 14-15 ก.ค.67 หรือมาหาญาติ ทำไมมาแค่ไม่กี่วัน หรือมาทำอะไร ใครมีเบาะแสข้อมูลแจ้งมาได้ นายกฯ ฝากให้ทำความเข้าใจ เป็นเรื่องที่ไม่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ไม่เกี่ยวกับทรัพย์ เบื้องต้นกล้องไม่เสีย กำลังไล่ แต่ต้องดูว่าใช้ได้กี่กล้อง เจ้าหน้าที่ไปดูอยู่ ไม่มีข้อมูลจากบุคคลที่ใกล้ชิดได้เลย มีแค่แม่บ้านที่ให้ข้อมูลได้
