เบื้องหลังจับอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว และลูกจ้าง ทุจริตสวมบัตรสีชมพูให้กับหนุ่มชาวจีน แก๊งคอลเซนเตอร์ระดับสั่งการ ซุก C4 และอาวุธสงครามจำนวนมาก
คดีของนาย หมิงเฉิน ซัน สัญชาติจีน ผู้ถือบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู) เลขประจำตัว 6-XXXX-XXXXX-XX-X ที่อยู่เขตคลองสามวา กรุงเทพฯ ถูกจับหลังเกิดอุบัติเหตุรถยนต์พลิกคว่ำในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี และตรวจค้นพบอาวุธสงคราม วัตถุระเบิด และเครื่องกระสุนประเภทต่าง ๆ ภายในรถยนต์และบ้านพัก เมื่อวันที่ 9 พ.ค. 2569

ต่อมา กรมการปกครอง ได้ดำเนินการตรวจสอบรายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน เมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2569 จากการตรวจสอบเอกสารหลักฐานทางทะเบียน การสืบสวนถ้อยคำบุคคลที่เกี่ยวข้อง รวมถึงประสานข้อมูลกับศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พบว่า รายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน มีพิรุธและผิดธรรมชาติอย่างมาก โดยมีลักษณะเป็นการเข้ามาใช้งานทะเบียนราษฎร เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังพบว่ารายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน มีความเชื่อมโยงกับขบวนการสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ ที่ถูกดำเนินคดีไปก่อนหน้านี้

ต่อมาทราบว่า ก่อนที่นายหมิงเฉิน ซัน จะย้ายเข้ามาอยู่บ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2565 มีลูกจ้าง อ.เวียงแหง ซึ่งถูกจับจากปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” เมื่อวันที่ 18 พ.ย. 2568 เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน ในระบบทะเบียนราษฎร

ขณะเดียวกัน นายทะเบียนผู้ออกบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ครั้งที่ 2 หลังจากย้ายมาอยู่บ้านในพื้นที่ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คือ ปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งเคยทุจริตสวมบัตรประจำตัวประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน ที่ถูกกลุ่มคนร้ายลักพาตัวไปเรียกค่าไถ่ มีการทำร้ายร่างกายและตัดนิ้วมือ ซึ่งตำรวจได้ดำเนินคดีไปแล้วในช่วงเดือน ธ.ค. 2565

บุคคลสัญชาติจีนที่มาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์ในพื้นที่ อ.เวียงแหง และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ซึ่งถูกดำเนินคดีจากปฏิบัติการ “ตัดหมอกเวียงแหง” และ “สลายหมอกเชียงดาว” เมื่อปลายปี 2568 บางรายเป็นเครือข่ายกลุ่มสแกมเมอร์และทุนสีเทา ที่หลบหนีคดีมาจากประเทศจีน
จากการตรวจสอบพบชัดว่า รายการทางทะเบียนของนายหมิงเฉิน ซัน มีการทุจริต โดยเฉพาะการย้ายเข้าทะเบียนบ้านใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ เมื่อวันที่ 12 ต.ค. 2565 อันเป็นเท็จ
โดยอดีตปลัดอำเภอเชียงดาว ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ ได้ขอให้เจ้าบ้านรับนายหมิงเฉิน ซัน เข้าบ้าน พร้อมเป็นผู้จัดทำและจัดเตรียมเอกสารทั้งหมด รวมถึงมีการให้เงินจำนวน 2,000 บาท ตอบแทนแก่เจ้าบ้านในการรับย้ายเข้าบ้านครั้งนี้

หลังจากนายหมิงเฉิน ซัน ได้รับบัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย (บัตรสีชมพู เลข 6) ระบุที่อยู่เป็นบ้านใน อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ แล้ว ก็เดินทางออกนอกพื้นที่ และไม่เคยมาอยู่อาศัยในบ้านดังกล่าวแต่อย่างใด
เมื่อเชื่อมโยงกับข้อมูลการสืบสวนที่พบว่า มีลูกจ้าง อ.เวียงแหง เข้ามาตรวจดูรายการทางทะเบียน และนายทะเบียนผู้ออกบัตรฯ คือปลัดอำเภอเชียงดาว ที่เคยทุจริตสวมบัตรประชาชนให้กับบุคคลสัญชาติจีน จึงน่าเชื่อว่า นายหมิงเฉิน ซัน มีเจตนามาสวมสิทธิกลุ่มชาติพันธุ์หรือคนไทย เพื่อประโยชน์ในการอยู่อาศัยและดำเนินธุรกิจในประเทศไทยให้สะดวกยิ่งขึ้น

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ มีอัตราโทษจำคุกตั้งแต่ 6 เดือน ถึง 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท ประกอบมาตรา 137 และมาตรา 267 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงความผิดตามมาตรา 14 แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ
นอกจากนี้ จากการตรวจสอบยังพบอีกว่า อดีตปลัดอำเภอเชียงดาวรายนี้ ขณะดำรงตำแหน่งในพื้นที่ อ.เชียงดาว ระหว่างวันที่ 28 ต.ค. 2564 – 7 ธ.ค. 2564 ได้จัดทำรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (บัตรสีขาว เลข 0) จำนวน 445 ราย
เบื้องต้นตรวจพบว่า มีอย่างน้อย 18 ราย ที่เป็นการจัดทำทะเบียนประวัติและออกบัตรสีขาว เลข 0 โดยมิชอบ ซึ่งเข้าข่ายความผิดฐานกระทำการเพื่อให้บุคคลซึ่งไม่มีสัญชาติไทยมีชื่อในทะเบียนบ้านโดยมิชอบ ตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง

ต่อมา นายวิฑูรย์ สิรินุกุล รองอธิบดีกรมการปกครอง ได้มอบหมายให้นายศักดิ์สิทธิ์ ภูมูลเมือง ผู้อำนวยการส่วนป้องกันและปราบปรามการทุจริตทางทะเบียนและบัตรประจำตัวประชาชน เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน
โดย พ.ต.อ.ภาสกร นภาโชติ ผู้กำกับการ 4 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ให้ดำเนินคดีกับปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) และพวก
ในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามมาตรา 157 แห่งประมวลกฎหมายอาญา รวมถึงความผิดตาม พ.ร.บ.ทะเบียนราษฎรฯ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ฯ และความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งรวมถึงนายหมิงเฉิน ซัน ด้วย
ล่าสุด วันนี้ (15 พ.ค. 2569) ศาลอาญาทุจริตภาค 5 ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหา 2 ราย ได้แก่ ปลัดอำเภอฮอด จ.เชียงใหม่ (อดีตปลัดอำเภอเชียงดาว จ.เชียงใหม่) และลูกจ้าง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ ก่อนที่เจ้าหน้าที่หลายหน่วยงานจะเข้าจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 รายได้เรียบร้อยแล้ว
ส่วนผู้กระทำผิดรายอื่น เช่น เจ้าบ้าน และกำนัน/ผู้ใหญ่บ้านที่รับรอง พนักงานสอบสวนจะออกหมายเรียก เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
