วันนี้ (8 พ.ค. 69) พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ “บิ๊กเต่า” รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ออกมาโต้กรณี “โทน บางแค” เข้าแจ้งความดำเนินคดี อ้างว่าถูกข่มขู่เร่งรัดหนี้กว่า 300 ล้านบาท จากกรณีติดหนี้ “มาดามเก่ง”

โดย “บิ๊กเต่า” ยืนยันว่า เหตุการณ์เมื่อวันที่ 17 เมษายนที่ผ่านมา ที่มีการพูดคุยกันบนสำนักงานชั้น 27 นั้น เป็นเพียงการไกล่เกลี่ย โดยตำรวจทำหน้าที่เป็นคนกลางให้ทั้งสองฝ่ายได้พูดคุยกัน พร้อมย้ำว่า ก่อนเริ่มเจรจาได้ถาม “โทน” ชัดเจนแล้วว่า ต้องการพูดคุยกับผู้เสียหายหรือไม่ หากไม่สะดวกสามารถเดินทางกลับได้ทันที แต่ “โทน” เป็นฝ่ายเลือกที่จะเข้าพูดคุยเอง
ระหว่างการเจรจา ไม่มีการใช้คำพูดรุนแรง หรือข่มขู่ทวงหนี้แต่อย่างใด แต่เป็นการพูดคุยในฐานะคนที่เคยรู้จักกันมาก่อน โดย “มาดามเก่ง” เพียงเสนอแนวทางแก้ปัญหา เนื่องจากมองว่าสัญญาหนี้ไม่เป็นธรรม
ข้อเสนอแรก คือ ให้ “โทน” นำพระเครื่องที่ใช้ค้ำประกันหนี้ 180 ล้านบาท ไปขายเอง หากเชื่อว่าสามารถขายได้หลัก 400-500 ล้านบาท ก็ให้นำเงินมาใช้หนี้ 180 ล้านบาท ส่วนกำไรที่เหลือสามารถเก็บไว้ได้ทั้งหมด
ส่วนข้อเสนอที่สอง คือ ให้นำทรัพย์สินที่ยังครอบครองอยู่ ทั้งรถหรู และของแบรนด์เนม มูลค่าประมาณ 50-60 ล้านบาท มาค้ำประกันเพิ่มเติมให้ครอบคลุมมูลหนี้ที่เหลือ หลังจากก่อนหน้านี้ “โทน” เคยอ้างว่าทรัพย์สินหลายอย่างขายไปหมดแล้ว กระทั่ง “มาดามเก่ง” นำภาพจากเฟซบุ๊กมาแสดง จึงยอมรับว่ายังครอบครองทรัพย์สินดังกล่าวอยู่

“บิ๊กเต่า” ยังระบุอีกว่า จากข้อมูลการสืบสวน เชื่อว่าทรัพย์สินที่ “โทน” ใช้อยู่ในปัจจุบัน มีมูลค่ามากพอที่จะใช้ค้ำประกันหนี้ได้ทั้งหมด พร้อมฝากถึง “โทน” ว่า สิ่งที่ทำไว้รู้อยู่แก่ใจตัวเอง และไม่ควรใช้ชั้นเชิงกับผู้เสียหาย
นอกจากนี้ ยังเปิดเผยความคืบหน้าคดีเซียนพระ ซึ่งแบ่งเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกมี 7 คน และกลุ่มที่สองมี 2 คน โดย “โทน บางแค” อยู่ในกลุ่มที่ 2 และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มแรกบางส่วน โดยเฉพาะประเด็นเรื่องเช็ค
สำหรับความเสียหายในคดีที่ “มาดามเก่ง” เป็นผู้เสียหาย คาดว่าอยู่ที่ประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่หากรวมผู้เสียหายรายอื่นด้วย มูลค่าความเสียหายอาจสูงถึง 5,000 ล้านบาท

ส่วนกรณีที่ “โทน” รีบเข้าพบพนักงานสอบสวนก่อนหน้านี้ “บิ๊กเต่า” มองว่า เป็นอาการร้อนตัว และพยายามใช้ช่องกฎหมายเพื่อป้องกันการออกหมายจับ เพราะกังวลเรื่องชื่อเสียงที่ส่งผลต่อการทำธุรกิจในวงการพระเครื่อง
ท้ายที่สุด “บิ๊กเต่า” ยังระบุว่า การกระทำของ “โทน” สร้างความเสียหายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น จากการเผยแพร่ข้อความอันเป็นเท็จเข้าข่ายหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา แต่ขณะนี้ยังไม่คิดดำเนินคดี เพราะมองว่า “เป็นแค่โจรกระจอก”
