หลังจากศูนย์บริหารเหตุการณ์แก๊งคอลเซนเตอร์และค้ามนุษย์นานาชาติ หรือ War Room ปราบแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยการอำนวยการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตินีละบุตร จตช./ผอ.ฉก.88 ได้ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ทุกแห่ง รวมถึงผู้ให้บริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต ประสานความร่วมมือปราบปรามแก๊งคอลเซนเตอร์มาตั้งแต่ 4 ส.ค.68
ล่าสุดช่วงบ่ายวันที่ 3 ก.ย.68 War Room พบบัญชีม้าที่รับโอนเงินจากผู้เสียหายหลายรายพยายามทำธุรกรรมถอนเงิน 980,000 บาท ที่ห้างแห่งหนึ่งในพัทยา จึงได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวน สภ.เมืองพัทยา เข้าตรวจสอบพบว่าพบ น.ส.กัลยา บัญชีม้า พร้อมสมุดบัญชี 2 เล่ม และพบ Mr.Kee ชาวมาเลเซีย เชื้อสายจีน เป็นผู้ควบคุม น.ส.กัลยา ให้ถอนเงิน เพื่อนำเงินส่งต่อให้เครือข่ายคนจีน ซึ่งได้หลบหนีบินออกไปเมื่อหัวค่ำของวันที่ 3 ก.ย.68 จึงได้จับกุมในข้อหาบัญชีม้า และธุระจัดหาบัญชีม้า , ร่วมกันฟอกเงิน และร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ดำเนินคดี

การขยายผลพบว่า เงินที่เข้าบัญชีม้าของ น.ส.กัลยา มาจากผู้เสียหายที่ถูกแก๊งคอลเซนเตอร์หลอกลวงจำนวน 10 ราย จะถอนออกและแบ่งให้ น.ส.กัลยา เจ้าของบัญชีม้า 20,000 บาท โดยได้รับการติดต่อจากนายหน้าคนไทยให้มาพบ Mr.Kee ซึ่งให้การว่าจะนำเงินส่งต่อให้กับ Mr.Wang สัญชาติจีน ซึ่งบินหลบนหนีออกนอกประเทศไปแล้วเมื่อหัวค่ำของวันที่ 3 ก.ย.68

การกระทำดังกล่าว เป็นขบวนการนำเงินออกจากบัญชีม้าของแก๊งคอลเซนเตอร์ ซึ่งมีเครือข่ายหาบัญชีม้าโดยมีคนไทยเป็นนายหน้า มีคนต่างชาติมาควบคุมเพื่อนำเงินที่ได้ออกส่งให้กับบอสคนจีน ซึ่ง War Room ได้มีการประสานงานกับตำรวจทุกหน่วยในการจับและขยายผลเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการเงินของแก๊งคอลเซนเตอร์
พร้อมประชาสัมพันธ์การเข้าไปเป็นบัญชีม้าเพื่อผลประโยชน์เล็กน้อย ถือเป็นการเข้าไปมีส่วนร่วมกับแก๊งคอลเซนเตอร์อันเป็นภัยต่อความมั่นคงของประเทศ สร้างความเสียหายให้กับประชาชนในวงกว้าง และมีความผิดในหลายข้อหาซึ่งอัตราโทษสูง


