แกะรอยล่า! โจรเหี้ยมฆ่าไรเดอร์ วางแผนชิงทองเกือบ 80 บาท โบ้ยความผิดให้คนบริสุทธิ์

แกะรอยล่า! โจรเหี้ยมฆ่าไรเดอร์ วางแผนเกือบปี ชิงทองเกือบ 80 บาท ในห้างกลางเมืองเชียงใหม่ หวังโบ้ยความผิดให้คนบริสุทธิ์

เปิดเบื้องหลัง! จากคดีชิงทองกลางห้างดังกลางเมืองเชียงใหม่ นำไปสู่คดีฆาตกรรมสะเทือนขวัญ  

วานนี้ (8 ก.ค.67) เพียง 1 ชั่วโมง หลังจากห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งเปิดให้บริการลูกค้าเข้ามาใช้บริการ ร้านทองที่ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 ของห้าง มีลูกค้าเข้ามาดูทองรูปพรรณ ระหว่างนั้นมีชายรูปร่างผอม สูงประมาณ 170-180 ซม. สวมเสื้อไรเดอร์สวมหมวกปีกสีดำอำพรางใบหน้า สวมกางเกงขายาวสีดำ เดินเข้ามาภายในร้าน ก่อนจะเปิดประตูกั้นของทางร้านเดินเข้าไปหยิบทองรูปพรรณในถาดอย่างใจเย็น โดยหยิบสร้อยทองใส่ถุง น้ำหนักเกือบ 80 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท หลบหนีไป โดยใช้เวลาก่อเหตุประมาณ 1.40 นาที   



หลังเกิดเหตุชุดสืบสวน บก.สส.ภ.5, ภ.จว.เชียงใหม่ และสภ.แม่ปิง ตรวจที่เกิดเหตุดูพฤติกรรมการก่อเหตุจากกล้องวงจรปิดของร้าน และกล้องวงจรปิดบริเวณห้าง พบว่าคนร้ายใช้รถยนต์สีขาวทะเบียนจันทบุรี หลบหนี ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบพบผู้ครอบครองเป็นชาย อายุ 48 ปี 

ระหว่างที่ชุดสืบสวน อยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อติดตามคนร้ายที่ก่อเหตุ ก็มีผู้ค้าทองให้เบาะแสว่า มีชายวัยรุ่นอายุประมาณ 25-26 ปี นำทองรูปพรรณมาขายโดยบอกว่าน้ำหนัก 8 บาท แต่เมื่อนำทองรูปพรรณชั่งน้ำหนักพบว่ามีน้ำหนัก 10 บาท อีกทั้งข้อมูลในไลน์กลุ่มผู้ค้าทองได้ส่งต่อข้อความว่าช่วงสายเกิดเหตุชิงทรัพย์ร้านทองแห่งหนึ่ง ผู้ค้าทองจึงดูตราปั้มบนทองรูปพรรณ พบว่าทองรูปพรรณเส้นนี้เป็นของร้านทองที่ถูกคนร้ายชิงทรัพย์ จึงปฏิเสธการรับซื้อ  

ซึ่งเบาะแสสำคัญภาพจากกล้องวงจรปิดของร้านทองที่ชายวัยรุ่นนำทองรูปพรรณไปขาย ประกอบกับภาพคนร้ายที่ก่อเหตุ ถูกนำมาเทียบเคียงพบว่ามีสัดส่วนรูปร่างใกล้เคียงกันมาก ชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดหลังจากชายวัยรุ่นออกจากร้านพบว่า ชายวัยรุ่นคนนี้ขึ้นรถยนต์สีเทาคันหนึ่ง จึงตรวจสอบข้อมูลหมายเลขทะเบียนรถยนต์คันดังกล่าว พบว่าผู้ครอบครองที่ภูมิลำเนาอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.เชิงดอย อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ชุดสืบสวนจึงตรวจสอบข้อมูลบุคคลในบ้านหลังดังกล่าว พบว่าบุคคลในบ้านคือนายนิพิฐพนธ์ อายุ 26 ปี ซึ่งเป็นชายวัยรุ่นที่นำทองรูปพรรณไปขาย และรูปร่างใกล้เคียงกับคนร้ายที่ก่อเหตุ ชุดสืบสวนจึงเดินทางไปที่บ้านหลังดังกล่าว พบนายนิพิฐพนธ์ อยู่ภายในบ้านพร้อมกับพ่อแม่ 

จากการสอบถามนายนิพิฐพนธ์ ปฏิเสธว่าไม่มีส่วนรู้เห็นเกี่ยวข้อง ขณะที่ชุดสืบสวนให้ดูพยานหลักฐานบางส่วนทำให้นายนิพิฐพนธ์ ออกอาการพิรุธไม่นานก็รับว่าเป็นผู้ก่อเหตุใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ร้านทอง และนำชุดสืบสวนไปตรวจยึดทองรูปพรรณที่ซ่อนอยู่ในกระถางต้นไม้และฝังดินไว้ในบริเวณบ้าน และทองรูปพรรณน้ำหนักไม่มากบางส่วนนำไปขายให้กับร้านทองที่ อ.ดอยสะก็ด และ อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่ 

หลังจากที่นายนิพิฐพนธ์ รับสารภาพและพาชุดสืบสวนตรวจยึดของกลาง ชุดสืบสวนได้ซักถามรถยนต์ที่ใช้ในการก่อเหตุ นายนิพิฐพนธ์ รับว่า ฆ่าคนขับรถแกร็บเสียชีวิตแล้วนำรถยนต์ของคนขับแกร็บและนำเสื้อแกร็บมาสวมใส่เข้าก่อเหตุ จากนั้นนำรถกลับมาจอดไว้บริเวณจุดที่ฆ่าคนขับแกร็บ โดยวางแผนโยนความผิดให้คนขับแกร็บเป็นคนก่อเหตุ 

จากคำบอกเล่าของนายนิพิฐพงษ์ ทำให้ชุดสืบสวนบอกให้นายนิพิฐพงษ์ พาไปยังจุดที่ฆ่าเจ้าของรถและทิ้งรถหลังก่อเหตุชิงทรัพย์ ซึ่งระหว่างทางที่พาชุดสืบสวนไปตรวจสอบ นายนิพิฐพงษ์ บอกว่า ช่วงเช้านำรถยนต์ของตนเองไปจอดไว้เชิงดอยสุเทพใกล้กับร้านอาหารหลังสวนสัตว์เชียงใหม่ จากนั้นเดินไปตามถนนสุเทพไปยังจุดชมวิวแล้วเรียกใช้บริการรถแกร็บ เมื่อรถมารับได้ขึ้นรถนั่งที่เบาะหลังแล้วใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม.ยิงท้ายทอยคนขับแกร๊บ  

จากนั้นขับรถมายังจุดทิ้งศพนำร่างทิ้งลงภูเขาลึกเข้าในป่า แล้วขับรถคันดังกล่าวไปยังห้างสรรพสินค้าก่อเหตุชิงทอง หลังก่อเหตุขับรถยนต์หลบหนีออกจากห้าง มายังจุดที่ทิ้งศพจอดทิ้งไว้ ก่อนที่จะเดินลงมาเอารถยนต์ของตนเองที่จอดไว้ตั้งแต่ช่วงเช้าแล้วนำทองไปขายก่อนกลับเข้ามาในบ้าน 

ประเด็นสำคัญ คือ ชุดสืบสวนพบข้อมูลการวางแผนก่อเหตุเป็นขั้นตอน ถูกบันทึกไว้ในโทรศัพท์มือถือของนายนิพิฐพงษ์ อย่างละเอียด โดยนายนิพิฐพงษ์ บอกว่า ตนเองจบชั้น ม.6 ไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง คณะวิทยาศาสตร์ เรียนได้ 2 ปี แต่เรียนไม่จบเพราะติดเกม จึงวางแผนก่อเหตุเหมือนเล่นเกม โดยวางแผนมาครึ่งปีเดินทางไปทุกจุดมีการคำนวณระยะทาง ระยะเวลาที่ใช้เดินทาง เส้นทางต่าง ๆ เวลาที่ใช้ก่อเหตุ โดยตั้งใจว่าจะนำทองรูปพรรณทั้งหมดไปขายแล้วจะไปอยู่ประเทศญี่ปุ่น แต่สุดท้ายก็ไม่รอด โดยตำรวจรวบจนได้ 


คลิปอีจันแนะนำ

แม่โจรชิงทองเชียงใหม่ ยอมรับเลี้ยงลูกผิด