ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ในพื้นที่ จ.อุดรธานี หลังพบมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ หลอกผู้เสียหายสูญเงินกว่า 764,913 บาท
ผู้ต้องหาประกอบด้วย นายนิกรฯ อายุ 31 ปี และ นายนิคมฯ อายุ 47 ปี ซึ่งถูกออกหมายจับในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ปลอมเอกสารราชการ ใช้เอกสารปลอม นำข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ และเปิดหรือยินยอมให้ผู้อื่นใช้บัญชีหรือเบอร์โทรศัพท์เพื่อก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี


คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิ.ย. 67 กลุ่มคนร้ายโทรหาผู้เสียหาย แอบอ้างเป็นพนักงานเครือข่ายมือถือ แจ้งว่าชื่อและบัตรประชาชนของผู้เสียหายถูกนำไปเปิดเบอร์โทรศัพท์ใช้ส่งข้อความพนัน ก่อนโอนสายต่อไปยังมิจฉาชีพที่ปลอมตัวเป็นตำรวจ สภ.เมืองนครสวรรค์
แก๊งดังกล่าวยังวิดีโอคอลผ่านไลน์ โดยจัดฉากคล้ายสถานีตำรวจ มีคนแต่งเครื่องแบบตำรวจ พร้อมส่งเอกสารราชการปลอมและเอกสารธนาคารปลอม อ้างว่าผู้เสียหายเกี่ยวข้องกับคดีฟอกเงิน เพื่อหลอกให้โอนเงินมาตรวจสอบเส้นทางการเงิน
ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีของนายนิกรฯ รวม 3 ครั้ง เป็นเงินกว่า 7.6 แสนบาท ก่อนตำรวจสืบพบว่า เงินถูกโอนต่อไปยังบัญชีของนายนิคมฯ และนำไปฟอกผ่านการซื้อเหรียญดิจิทัล USDT แบบ P2P ผ่านแอปพลิเคชัน BINANCE
ต่อมา เจ้าหน้าที่สืบทราบว่า นายนิกรฯ หลบหนีมาทำงานซ่อมรถอยู่ที่อู่แห่งหนึ่งใน จ.อุดรธานี ก่อนตามจับได้ ขณะที่นายนิคมฯ ถูกจับระหว่างทำงานก่อสร้างในพื้นที่เดียวกัน
สอบสวนเบื้องต้น นายนิกรฯ ให้การปฏิเสธ อ้างว่าเคยทำกระเป๋าเงินและบัตรประชาชนหาย ไม่รู้มีใครนำไปเปิดบัญชีหรือไม่

ส่วนนายนิคมฯ รับสารภาพว่า เมื่อ 5-6 ปีก่อน ถูกเพื่อนขอยืมบัญชีธนาคาร อ้างจะใช้โอนเงินให้เมียน้อยไม่ให้ภรรยารู้ ด้วยความไว้ใจจึงยอมให้ใช้ โดยได้ค่าตอบแทนเป็น “เหล้าขาว 1 ขวด”
ด้าน CIB เตือนประชาชนว่า การเปิดบัญชีม้า หรือให้ผู้อื่นยืมบัญชีธนาคาร แม้จะได้ผลตอบแทนเพียงเล็กน้อย ก็มีความผิดร้ายแรง ทั้งคดีฟอกเงิน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และกฎหมายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เสี่ยงทั้งโทษจำคุก และอาจถูกดึงเข้าไปพัวพันกับเครือข่ายอาชญากรรมโดยไม่รู้ตัว
