เมื่อวันที่ 27 ก.ย. 63 ที่ สภ.พระประแดง น.ส.น้ำผึ้ง ชวิกขุนรัมย์ อายุ 36 ปี พร้อมด้วย น.ส.ดาว จ่าพบ อายุ 39 ปี ได้พากันเข้าแจ้งความเอาผิด นายสิทธิพงษ์ จำปาทอง อายุ 29 ปี ที่หลังก่อเหตุนำค้อนปอนด์ น้ำหนักราว 6 กก. ตีเข้าที่ศีรษะของนายธวัชชัย ชินรัมย์ อายุ 19 ปี ภายในแคมป์พักคนงาน ซอยสุขสวัสดิ์ 70 แยก 9 จนได้รับบาดเจ็บสาหัส กระโหลกศีรษะยุบ เหตุเกิดเมื่อวันที่ 26 ก.ย. 63

หลังก่อหตุ นายสิทธิพงษ์ พยายามหลบหนีโดยขึ้น จยย. รับจ้าง นั่งไปยังอู่รถประจำทางปรับอากาศ 138 เพื่อจะหลบหนีไปยังขนส่งหมอชิตกลับต่างจังหวัด แต่เพื่อนร่วมงานได้โทรแจ้งตำรวจ และควบคุมตัวนายสิทธิพงษ์ ไว้ได้ทัน
จากการตรวจค้นตัวผู้ก่อเหตุ พบว่าชุดเสื้อผ้ากางเกงของนายสิทธิพงษ์ มีคราบเลือดติดอยู่และยังพบกัญชาอัดแท่งจำนวน 1 ก้อน น้ำหนัก 0.8 กรัม
จากการสอบปากคำ ผู้ก่อเหตุ ให้การรับสารภาพว่าได้ก่อเหตุจริง โดยนายสิทธิพงษ์ จำปาทอง ผู้ก่อเหตุ ได้อ้างว่า ตนเองและผู้ได้รับบาดเจ็บ นั่งดื่มสุรากันอยู่หน้าแคมป์พักคนงาน ภายในซอยสุขสวัสดิ์ 70 แยก 9 ในคืนวันที่ 26 ก.ย. 63 จากนั้นก็พากันเข้านอน แต่นายธวัชชัย ได้นั่งเล่นเกม และได้มีการด่า ว่าและมองมาทางตนเอง ตนเองจึงเดินออกจากห้อง เพื่อไปสงบสติอารมณ์ตัวเอง จากนั้นก็เข้าไปเตรียมตัวนอน

แต่กลับได้ยินเสียงของนายธวัชชัยยังด่าอยู่ ตนเองจึงเดินเข้าออกจากห้อง 2 รอบ และรอบที่ 3 ตนเองยอมรับว่าทนไม่ไหวกับการถูกด่า จึงไปหยิบค้อนปอนด์หลังรถกระบะนายจ้างมา และเข้าไปตีที่ศรีษะของนายธวัชชัย 3 ครั้ง จากนั้นนำค้อนปอนด์ ไปโยนทิ้ง จนมาถูกตำรวจควบคุมตัว
ทั้งนี้ จากตรวจสอบที่เกิดเหตุ ก็พบว่ามีร่องรอยการต่อสู้และมีคราบเลือดจำนวนมากภายในห้องพักที่เกิดเหตุ และห่างจากห้องพักประมาณ 20 เมตร พบค้อนปอนด์ อาวุธที่ใช้ก่อเหตุโยนทิ้งไว้ในพงหญ้าด้านหน้าแคมป์คนงาน
คดีนี้ ตำรวจได้แจ้งข้อหากับนายสิทธิพงษ์ 2 ข้อหา คือ
1.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา
2.มียาเสพติดให้โทษประเภท 5 (กัญชา) ไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาต
ด้าน น.ส.น้ำผึ้ง ซึ่งเป็นแม่ของนายธวัชชัย เผยว่า ตนเองนั้นไม่ได้อยู่ที่แคมป์ เนื่องจากทำงานคนละที่กัน แต่พี่สาวของตนได้โทรไปบอกว่าลูกตนเองถูกค้อนตีหัว จึงรีบนั่งรถมาหาลูกทันที ยอมรับว่าขณะที่นั่งรถมานั้นตนเองได้ทำใจไว้แล้ว เพราะพี่สาวบอกว่า ลูกชายถูกค้อนปอนด์ทุบหัว ก็คิดว่าจะเสียลูกไป เมื่อมาถึงก็ได้ไปหาลูกที่โรงพยาบาล โดยอาการของลูกชายนั้นดีขึ้น แต่ ต้องใส่กระโหลกเทียมไว้ที่ศีรษะ ตนจึงเดินทางมาที่ สภ.พระประแดง เพื่อมาแจ้งความเอาผิดกับนายสิทธิพงษ์ ยืนยันว่า ตนจะดำเนินการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด


