ขายกันโจ๋งครึ่มเหมือนกับของถูกกฏหมาย สุดท้ายไม่รอด!
วันนี้ 20 ส.ค. 2563 กองปราบปราม ภายใต้การอำนวยการสั่งการของ พล.ต.ต.จิรภพ ภูริเดช ผบก.ป.นำกำลังชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม
1. นายธนัทนันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 1205/2563 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม หมู่ที่ 12 ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย
2. นายขันตรี (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 1206/2563 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต”
สถานที่จับกุม หมู่ที่ 2 ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา
3. นายกนกพล (สงวนนามสกุล) อายุ 19 ปี ผู้ต้องหาหมายจับศาลอาญาที่ 1207/2563 ลงวันที่ 11 สิงหาคม 2563 ข้อกล่าวหา “ร่วมกันทำ ประกอบซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะ สั่ง นำเข้า มีหรือจำหน่ายซึ่งอาวุธปืนหรือเครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า โดยไม่ได้รับอนุญาต”สถานที่จับกุม หมู่ที่ 12 ต.ต้า อ.ขุนตาล จ.เชียงราย

พร้อมตรวจยึดของกลาง
1. อาวุธปืนเถื่อน (ไทยประดิษฐ์) ลักษณะเป็นปืนยาวขนาด .22 แอลอาร์ และขนาด .22 แม็กนั่ม จำนวน 120 กระบอก
2. ลำกล้องปืน จำนวน 82 ชิ้น
3. ชุดลั่นไกและลูกเลื่อน จำนวน 9 ชุด
4. พันท้ายปืน จำนวน 12 ชิ้น
5. โก่งไกปืน จำนวน 31 อัน
6. ซองกระสุนปืน จำนวน 39 อัน
7. เครื่องกระสุนปืน 2,216 นัด

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากปัจจุบันเหตุอาชญากรรมที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเหตุทะเลาะวิวาททั่วไป หรือการกระทำผิดของกลุ่มเครือข่ายอาชญากรรมต่างๆ มักจะมีการนำอาวุธปืนมาใช้ในการกระทำความผิด โดยอาวุธปืนส่วนใหญ่มักจะเป็นอาวุธปืนเถื่อน ซึ่งสามารถหาซื้อได้ในราคาที่ถูกและมีการโพสต์ขายในช่องทางออนไลน์กันอย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย และเมื่อมีการนำอาวุธปืนเถื่อนเหล่านี้ไปใช้ในการก่อเหตุอาชญากรรม จะส่งผลทำให้ยากต่อการติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี เนื่องจากไม่สามารถระบุอัตลักษณ์ของอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำความผิดได้
สำนักงานตำรวจแห่งชาติเล็งเห็นว่า การที่ประชาชนทั่วไปสามารถมีอาวุธปืนเถื่อนไว้ในความครอบครองได้โดยง่ายนั้น จะทำให้อาชญากรรมทวีความรุนแรงมากขึ้น จึงได้มอบนโยบายให้ทุกหน่วยงานในสังกัดเร่งกวาดล้างกลุ่มผู้ขายและผู้ซื้ออาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ให้หมดไปโดยเร็ว


ทางกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม จึงได้สืบสวนขยายผลที่มาของอาวุธปืนยาว ขนาด .22 ที่นายณัฐพงษ์ หรือน็อต (สงวนนามสกุล) ใช้ยิงผู้อื่นเสียชีวิต ในท้องที่ สภ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2563 โดยสืบสวนทราบว่า อาวุธปืนดังกล่าวซื้อมาจากผู้ขายอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ผ่านทางแอปพลิเคชั่นไลน์ชื่อ “ใจเจ็บ เจ็บใจ” และนอกจากนี้ยังมี Youtube ช่อง “ใจเจ็บ เจ็บใจ” ซึ่งเป็นช่องทางที่กลุ่มผู้ผลิตและค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ใช้ในการรีวิวขายอาวุธปืน โดยในวิดีโอดังกล่าวได้ให้ข้อมูลไอดีไลน์สำหรับติดต่อสั่งซื้ออาวุธปืน และจะทำการจัดส่งพัสดุมายังที่บ้านของผู้ซื้อ
ต่อมาตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม ได้แฝงตัวเข้าไปทำการล่อซื้ออาวุธปืนเถื่อนจากผู้ใช้ที่ชื่อว่า “ใจเจ็บ เจ็บใจ” โดยสั่งซื้ออาวุธปืนจำนวน 2 กระบอกพร้อมท่อเก็บเสียง และได้ทำการสืบสวนจนทราบว่าผู้ขายที่ใช้ไลน์ชื่อ “ใจเจ็บ เจ็บใจ” คือ นายธนัทนันท์ (ผู้ต้องหาที่ 1) และมีผู้ร่วมขบวนการ คือ นายกนกพล (ผู้ต้องหาที่ 3) และนายขันตรี (ผู้ต้องหาที่ 3) โดยนายธนัทนันท์ และนายกนกพลฯ ทำหน้าที่ติดต่อซื้อขายกับลูกค้า, ประกอบชิ้นส่วนอาวุธปืนและบรรจุอาวุธปืนใส่กล่องเพื่อส่งพัสดุให้กับลูกค้าผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชน โดยมีการเปิดร้านขายอุปกรณ์ตกปลาบังหน้าเพื่อความสะดวกต่อการส่งพัสดุ ส่วนนายขันตรี ทำหน้าที่เป็นช่างทำพานท้ายปืน และจัดส่งพานท้ายปืนผ่านทางบริษัทขนส่งเอกชนให้กับลูกค้าตามคำสั่งของนายธนัทนันท์
เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม จึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน และขออนุมัติหมายจับกลุ่มผู้ผลิตและค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ทั้ง 3 คน จากศาลอาญา โดยได้ขยายผลไปยังกลุ่มลูกค้าอีกจำนวน 68 ราย พร้อมกับขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญา
จนกระทั่งวันที่ 19 ส.ค. 63 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ ๕ กองบังคับการปราบปราม พร้อมหนุมานกองปราบ ได้เข้าตรวจค้นพร้อมกันทั้ง 39 จังหวัด รวม 71 จุดทั่วประเทศ ซึ่งจากการตรวจค้นสามารถจับกุมผู้ต้องหากลุ่มผู้ผลิตและค้าอาวุธปืนเถื่อนออนไลน์ได้จำนวน 3 ราย และจับกุมกลุ่มผู้ชื้อได้จำนวน 45 ราย พร้อมของกลางอาวุธปืนเถื่อน จำนวน 120 กระบอก, ลำกล้องปืน จำนวน 82 ชิ้น, เครื่องกระสุนปืน 2,216 นัด และอุปกรณ์อื่นๆจำนวนมากนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้ช่องยูทูบที่ใช้ชื่อว่า “ใจเจ็บ เจ็บใจ” ที่มีผู้ติดตามประมาณ 23,300 คน มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอสาธิตการประกอบและการใช้อาวุธปืนจำนวน 8 คลิป ความยาวประมาณ 12 นาทีเศษ มียอดเข้าชมในช่องยูทูบดังกล่าวจำนวน 520,282 ครั้ง ทางกองปราบปรามจะได้ประสานงานไปยังกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ให้ยุติการเผยแพร่คลิปวีดีโอดังกล่าว ในช่องยูทูบ “ใจเจ็บ เจ็บใจ” ต่อไป
