มีเบอร์แปลกๆ โทรมา อย่าเพิ่งเชื่อ เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพ!
วันนี้ (17 ธ.ค.2567) พล.ต.ท.สุรพล เปรมบุตร รรท.ผบช.ภ.1 นำทีมตำรวจภูธรภาค 1 ตรวจยึดอุปกรณ์ อุปกรณ์ส่งสัญญาน หรือ Simbox ซึ่งเป็น 1 ในเครื่องมือที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้การหลอกลวง โดยจะทำหน้าที่ปิดบัง อำพราง เบอร์โทรศัพท์ที่แท้จริง และแสดงเป็นเบอร์อื่น ที่ใช้โทรไปหลอกลวงประชาชน

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2567 เวลา 08.30 น. ตำรวจเข้าตรวจค้นคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง พื้นที่ อ..เมือง จ.นนทบุรี พบ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์เเบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) และอุปกรณ์ ต่างๆ พบความเชื่อมโยงกับคดีอื่นๆ อีกจำนวน 14 คดี มูลค่าความเสียหาย 1,200,000 บาท
ต่อมา ได้สืบสวนขยายผล จนพบว่ามีการติดตั้งอุปกรณ์เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ พบ เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) และอุปกรณ์ต่างๆ พบว่ามีความเชื่อมโยงตรงกับเคสของ สภ.บางเสาธง ที่ผู้เสียหายถูกหลอกให้โอนเงิน จำนวน 25,308 บาท

จากการสืบสวนขยายผลของทั้งสองเคสพบว่ามีการตั้ง เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบไม่ใส่ซิมการ์ด (Sim box) ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบใหม่ ที่ห้องภายใน คอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ถ.ประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
พล.ต.ต.ชยานนท์ กล่าวว่า เป็นการพบครั้งแรกของเครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบไม่ใส่ซิมการ์ด (Sim box) ซึ่งระหว่างตรวจค้นเครื่องดังกล่าวยังทำงานตามปกตินั่นหมายความว่า มิจฉาชีพที่อยู่ในต่างประเทศ กำลังหลอกลวงอยู่ อีกทั้งพอเข้าตรวจค้นพบกล้องวงจรปิดกำลังบันทึกภาพโดยมุมกล้องส่องมาที่ประตูทางเข้าห้อง โดยแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้อุปกรณ์ที่พบนี้แปลงสัญญาณให้กลายเป็นหมายเลขประจำเครื่องของโทรศัพท์มือถือ ที่ประชาชนทั่วไปใช้เพื่อหลบเลี่ยงการถูกตรวจยึดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ทั้งนี้ ตำรวจสืบสวนภูธรภาค 1 ยังแนะนำว่าหากได้รับสายจากเบอร์แปลกปลอมให้วางสายทันที และโทรศัพท์ไปเช็คกับหน่วยราชการ หรือองค์กรนั้นๆ โดยตรงเพื่อตรวจสอบ และตำรวจสืบสวนภาค 1 จะป้องกันและปราบปราม บังคับใช้กฎหมายที่มีโทษหนักกับผู้ที่กระทำผิดฐาน “ร่วมกันทำ มีใช้ นำเข้า นำออกหรือค้าซึ่งเครื่องวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต, ร่วมกันตั้งสถานีวิทยุคมนาคมโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานผู้ออกใบอนุญาต”









