บีบหัวใจ ! สูญเสียซ้ำสอง อาตรอมใจตามหลาน เหยื่อบิ๊กไบค์คลั่งยากราดยิง อยุธยา

หนึ่งชีวิตต้องจากไป เพราะ ทาสยา อีกหนึ่งชีวิตตรอมใจตาม ครอบครัวสุดช้ำ ลูกอีก 3 คนของเหยื่อ จะใช้ชีวิตต่อยังไง ?

ทุกคนยังจำได้ไหมคะ…? เหตุคนคลั่งยา กราดยิงที่จังหวัดอยุธยาเมื่อปลายเมษาที่ผ่านมา เหตุการณ์นี้ มัจจุราชได้พรากแม่พิมพ์แห่งชาติอย่าง “ครูปภัสรา” ไป 

เพียงเพราะวันนั้นเธอขับรถบนถนน
เพียงเพราะออกไปซื้อข้าว
เพียงเพราะว่ามีคนรถล้มแล้วเกิดบ้า ลุกขึ้นมากราดยิง 
เพียงเพราะความโชคร้ายทั้งหมดนี้

ทั้งที่เธอไม่ได้ทำอะไร
ทำไมชีวิตคนหนึ่งคน
ต้องสังเวยให้กับคนที่เป็นทาสยาอย่างนี้?

อ่านข่าวเก่า : หนุ่มบิ๊กไบค์หัวร้อน กราดยิงมั่ว

แต่ทว่าตอนนี้ กลับไม่ใช่แค่ 1 ชีวิต… เพราะความโหดร้ายที่เกิดขึ้น ครอบครัวไม่สามารถทำใจกับเรื่องนี้ไหว อาเขยที่ครูภัสส่งข้าวน้ำดูแลมาตลอด รับสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่ไหว

เขาได้จากไป เมื่อวันที่ 6 พฤษาคม 69 ที่ผ่านมา…

เรื่องราวเริ่มขึ้น หลังจากครูภัสเสียชีวิตไป วันที่ 26 เมษายน 69 ทางครอบครัวได้มีการจัดพิธีศพในวันที่ 30 เมษายน 69 โดยมีคุณกร น้องชายครูภัสจัดงานพิธี แต่ทว่า… เพราะความโหดร้ายของเหตุการณ์เสียชีวิตครูภัสที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีใครกล้าเล่าเรื่องนี้ให้ “อายงค์” ฟัง

อายงค์ไม่รู้แม้กระทั่งการจากไปของหลาน ไม่รู้ว่าตอนนี้เธอจะไม่ได้กลับมาหาแล้ว และไม่รู้ว่าเด็กตัวน้อยๆ หลานที่เขาดูแลอยู่ ได้เสียแม่ไปแล้ว…

เพราะทุกคนกลัวว่าคุณอาจะรับไม่ไหว ไม่มีใครกล้าปริปากบอกคุณอาไป เเต่อายังคงทำหน้าที่ต่อ ดูแลหลานสองคนร่วมภรรยา เเม้ว่าจะเจ็บปวดหัวใจมากกับความสูญเสีย

ครูภัสมีลูกทั้งหมด 3 คนค่ะ
น้องพอร์ช ลูกชายคนโต วัย 18 ปี กำลังเตรียมตัวเรียนต่อมหาวิทยาลัย 

น้องพิณ เด็กน้อยอายุ 2 ขวบกว่า 
และน้องพั้นซ์ พี่สาววัย 10 ขวบ  

น้องพั้นซ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ยังคงผวากับเรื่องราวที่เกิดขึ้น
ส่วนน้องพิณไม่รู้เลยว่าแม่เขาได้จากไปแล้ว

หลังจบพิธีศพไปหลายวัน ทางครอบครัวคิดว่า ถึงเวลาแล้วที่จะต้องบอกอา … สุดท้าย อาที่รู้เรื่องราวกลั้นน้ำตาแทบไม่ไหว ในใจมีแต่ความเจ็บปวด “สงสารมัน กูสงสารมัน” อาพูดซ้ำๆ เจ็บปวดใจเเต่ทำอะไรไม่ได้

ในแต่ละคืน หัวใจที่แตกสลาย ทำให้อาข่มตาหลับไม่ได้ 
กินอะไรไม่ลง ผ่านไป 2 วัน อามีอาการชักเกร็ง จนครอบครัวต้องเรียกรถกู้ภัยพาตัวไปส่งโรงพยาบาล

แต่ก็ไม่สามารถยื้อชีวิตอาได้… 

คุณหมอแจ้งว่าอามีภาวะออกซิเจนต่ำ ไม่สามารถหายใจเองได้ และอยู่ในสภาพที่ไม่รู้สึกตัว เช้าต่อมา…คุณอาก็ได้จากไป เขาจากไปตามหลานสาวบนสวรรค์

ความเจ็บปวดของครอบครัวที่เกิดขึ้นต่อกันสองครั้ง เรียกได้ว่าพังทลาย ครูภัสผู้เป็นเสาหลักจากไป และตามไปด้วยอา

คุณกร น้องชายครูภัส ผู้เป็นน้าชาย ได้แต่ห่วงหลานทั้งสาม แม้ว่าครูภัสจะมีประกันชีวิตจากหลายที่ แต่คุณกรก็ได้ใช้จ่ายหนี้สิ้นแทน เงินที่เหลือจึงไม่พอให้เด็กทั้งสาม

เพราะคนหนึ่งคน กว่าจะเติบโตได้ ไม่ใช่แค่เลี้ยงให้โต แต่พวกเขาต้องการปัจจัยในการมีชีวิตอยู่ ต้นทุนการศึกษา 

อนาคตของเด็กทั้งสามเหมือนพังทลาย ทาสยาผู้พรากชีวิตครูภัสไป ไม่ได้ทำลายแค่ 1 ชีวิต เขาได้พรากอนาคตอันสดใสของเด็กน้อยทั้งสามไป พร้อมกับทำลายหัวใจคนในครอบครัว

แม้ว่าผู้ก่อเหตุตอนนี้ถูกจับไปแล้ว แต่ความเสียหายที่เกิดขึ้นและสิ่งที่เขาต้องชดใช้ ไม่เพียงพอสำหรับครอบครัว

เพราะมันไม่สามารถประเมินราคาได้ ทั้งหัวใจที่แตกสลายและชีวิตของคนข้างหลัง

ทีมอีจันขอให้ครอบครัวครูภัส ได้รับความยุติธรรม
และขอให้โชคชะตาไม่โหดร้ายกับเด็กน้อยทั้งสาม
ขอให้ครอบครัวเดินหน้าต่อไปได้ และสามารถผ่านพ้นความเจ็บปวดนี้ไป โดยที่ไม่ต้องสูญเสียใครอีก

ขอแสดงความอาลัยต่อ คุณครูภัส ปภัสรา เรืองฤทธิ์ และ คุณอายงค์ ประยงค์ ภู่สี ด้วยนะคะ