เลขาฯ ป.ป.ส. ยัน โจ๋ 18 ควงปืนบุก รร. ป่วยจิตเวช ตั้งแต่อายุ 13 ซ้ำ ประวัติเสพยาอื้อ

เลขาฯ ป.ป.ส. ยืนยัน โจ๋ 18 ควงปืนบุกโรงเรียน เริ่มรักษาอาการทางจิต ตั้งแต่อายุ 13 ซ้ำ ประวัติเสพยาหลายชนิด กระทบสมอง-อารมณ์ก้าวร้าวรุนแรง

จากกรณีสะเทือนใจ (11 ก.พ. 69) เหตุชายวัย 18 ปี เกิดอาการคลั่ง ใช้มีดพร้าปรี่ทำร้ายร่างกายประชาชน ขับขี่จักรยานยนต์ เข้าไปในโรงเรียนพะตงประธานคีรีวัฒน์ ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พร้อมใช้อาวุธปืนยาวยิงใส่ ผู้อำนวยการโรงเรียน จนเสียชีวิต พร้อมจับกุมเจ้าหน้าที่ และเด็กนักเรียนบางส่วนเป็นตัวประกัน และไม่นาน เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถเข้าจับกุมตัวได้ นั้น

วันนี้ (14 ก.พ. 69) พ.ต.ต. สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวถึงกรณีเหตุความสูญเสียบุคลากรทางการศึกษา ณ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ว่า เหตุการณ์นี้นับเป็นกรณีศึกษาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงภัยคุกคามจากปัญหายาเสพติดที่มีความซับซ้อน โดยเฉพาะในกลุ่ม ” ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติการใช้สารเสพติดร่วม ” (Dual Diagnosis) ซึ่งส่งผลกระทบรุนแรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ถือเป็นปัญหาสังคมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและเป็นระบบ พร้อมแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของ ผอ.ศศิพัชร สินสโมสร และผู้ได้รับผลกระทบ

พ.ต.ต. สุริยา กล่าวเปิดเผยข้อมูลจากการตรวจสอบระบบข้อมูลการบำบัดรักษาและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดของประเทศ (บสต.) และการสอบทานข้อมูลร่วมกับ รพ.ธัญญารักษ์สงขลา , รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ และ รพ.หาดใหญ่ พบข้อมูลสำคัญที่สังคมต้องตระหนัก ดังนี้

ผู้ก่อเหตุเริ่มเข้ารับการรักษาอาการทางจิตเวชตั้งแต่อายุ 13 ปี และมีประวัติการใช้ยาเสพติดร่วมกันหลายชนิด (Poly-drug use) ได้แก่ ยาบ้า ไอซ์ กัญชา และพืชกระท่อม ซึ่งส่งผลกระทบทำลายสมองและพฤติกรรมในระยะยาว โดยมีประวัติก้าวร้าวและทำร้ายตนเองมาอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ผ่านการบำบัดมาแล้วหลายครั้ง โดยช่วงเดือนพฤษภาคม – กรกฎาคม 2568 ได้เข้ารับการรักษาต่อเนื่อง จนกระทั่งเดือนสิงหาคม 2568 ถึงปัจจุบัน ถูกส่งตัวไปรักษาต่อที่ รพ.จิตเวชสงขลาราชนครินทร์ เนื่องจากพบภาวะซึมเศร้า พฤติกรรมแปรปรวน และมีความเสี่ยงสูง โดยหลังเกิดเหตุ พนักงานสอบสวนตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายผู้ต้องหา ซึ่งต้องหาได้ให้การว่าเสพยาบ้าครั้งสุดท้ายเมื่อปลายปี 2568

พ.ต.ต. สุริยา กล่าวว่า เหตุการณ์นี้สะท้อนชัดเจนว่า การที่ผู้ป่วยจิตเวชที่มีประวัติใช้สารเสพติด ขาดความต่อเนื่องในการรับประทานยารักษาอาการจิตเวช จะทำให้อาการทางจิตกำเริบรุนแรง จนไม่สามารถควบคุมตนเองได้ นำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่ควรเกิดขึ้น