รวบแอดมินแก๊งคอลฯ หนีปอยเปตกลับไทย ตุ๋นเหยื่อสูญหลายล้าน

ไม่รอด! รวบหนุ่มวัย 28 อดีตแอดมินแก๊งคอลฯ หนีปอยเปต กลับมาเชียงใหม่ หลอกตุ๋นคนไทย เสียหายหลายล้าน รับ ได้ค่าตอบแทนเดือนละ 6 หมื่น

วันนี้ (31 มี.ค. 69) กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม นายณัฐพงษ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันประกอบสินเชื่อรายย่อยส่วนบุคคลภายใต้กำกับของกระทรวงการคลังโดยไม่ได้รับอนุญาต,ร่วมกันปลอมและร่วมกันใช้เอกสารสิทธิอันเป็นเอกสารราชการปลอม สมคบกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดร้ายแรงอันเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน” โดยจับกุมได้ที่ บริเวณศาลาริมถนน หมู่บ้านใหม่หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ 

สืบเนื่องจาก (28 พ.ย. 68) มีผู้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับ นายณัฐพงษ์ กับพวก 42 คน ซึ่งได้ร่วมกันหลอกลวงผู้เสียหาย ด้วยวิธีการต่าง ๆ เช่น การชักชวนลงทุน เล่นเกมออนไลน์ เสนอให้ทำงาน หรือแม้แต่ลวงให้เล่นการพนันออนไลน์ โดยอ้างผลตอบแทนสูง เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อและโอนเงินไปแล้ว จะถูกตัดการติดต่อทันที ทำให้ได้รับความเสียหาย โดยมีการร้องทุกข์กล่าวโทษไว้ที่ กองกำกับการ 1 กองบังคับการปราบปราม แล้ว 5 ราย และแจ้งความร้องทุกข์จำนวนมาก และยังเป็นคดีอาชญากรรมข้ามชาติ เนื่องจากเป็นอาชญากรรมไซเบอร์และกลอุบาย (Scam) แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม สืบสวนหาข่าวและตรวจสอบบุคคลตามหมายจับ ตรวจสอบได้รับแจ้งว่า นายณัฐพงษ์ ได้หลบหนีมาอาศัยอยู่ในพื้นที่ ต.หนองบัว อ.ไชยปราการ จ.เชียงใหม่ ก่อนจะพบบุคคลมีตำหนิรูปพรรณตรงตามหมายจับดังกล่าว

จากนั้น เมื่อเดินทางไปตรวจสอบและเฝ้าสังเกตการณ์ พบนายณัฐพงษ์ ยืนอยู่บริเวณศาลาริมถนน ชุดจับกุมจึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยนายณัฐพงษ์ ยอมรับว่า เป็นบุคคลตามหมายจับฉบับนี้จริง และยังไม่เคยถูกจับกุมมาก่อนแต่อย่างใด ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เพื่อดำเนินคดีต่อไป 

สอบถามคำให้การเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การว่าเป็นบุคคลตามหมายจับนี้จริง ระบุว่าก่อนเกิดโควิด-19 ได้ถูกชักชวนจากบุคคลที่รู้จัก ให้เดินทางไปทำงานที่ปอยเปต จังหวัดกัมพูชา ผ่านช่องทางธรรมชาติในสระแก้ว โดยในช่วงแรกทำหน้าที่เป็นแอดมิน พิมพ์ข้อความหลอกลวงผู้เสียหายชาวไทย ก่อนจะถูกเปลี่ยนบทบาทไปทำหน้าที่ด้านการโอนเงิน

ซึ่งตนได้ทำงานที่ปอยเปต 2 ปี ในแต่ละวันที่ทำงานมีวงเงินหมุนเวียน สูงถึงหลักล้านบาทต่อวัน เป็นมูลค่าต่อปีกว่า 300 ล้านบาท โดยได้ค่าตอบแทนเดือนละประมาณ 60,000 บาท และมีการลงโทษพนักงานที่ทำงานได้ไม่ตามเป้าโดยวิธีโหดร้ายต่าง ๆ เช่นการไฟฟ้าช็อต ขังเดี่ยวไม่ให้กินข้าว ซึ่งตนรู้สึกหวาดกลัว จึงหลบหนีออกมาผ่านช่องทางธรรมชาติกลับมาที่ไทย