อดีต ซี 7 เรือนจำกลางนครสวรรค์ โกงเงินผู้ต้องขังกว่า 1,000 คน ก่อเหตุมาแล้ว 100 กว่าครั้ง
เวรกรรม ไม่ให้อภัย ติดตามคืนสนองเจ้าตัวแล้ว
คดีนี้เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2556
ทางเรือนจำกลางนครสวรรค์ จับได้ว่า นางมทิรา ข้าราชการระดับชำนาญการ (ซี7) ของเรือนจำ ยักยอกเงิน ทั้งเงินฝากจากญาติผู้ต้องขัง และเงินสวัสดิการร้านค้า รวมกว่า 3 ล้านบาท สืบย้อนเหตุพบว่าเคยก่อเหตุแล้ว 145 ครั้ง
เมื่อเป็นคดีความ ผู้ก่อเหตุหนีคดี หายเข้ากลีบเมฆ

เวรกรรมคืนสนอง
26 ธ.ค. 66 ตำรวจ กก.4 บก.ปปป. นำโดย พ.ต.อ.ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ ผกก.4 บก.ปปป. และ พ.ต.ต.กิตติกร วงศ์สุนทรทรัพย์ สว.กก.4 บก.ปปป. ได้ให้ทีมงานสืบสวนติดตามจนพบว่า นางมทิรา อายุ 45 ปี ผู้ต้องหาหนีคดี
ทำงานเป็นพนักงานบริษัท ใจกลางเมืองกำแพงเพชร
ทีมจับกุมจึงบุกรวบหน้าบริษัท
ซึ่งเจ้าตัวยอมรับว่า ก่อเหตุจริง เอาเงินไปใช้จนหมดตัว และรู้ดีแก่ใจว่าผิดกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อกล่าวหา
- เป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร กรอกข้อความลงในเอกสารหรือดูแลรักษาเอกสาร
- กระทำการปลอมเอกสาร โดยอาศัยโอกาสที่ตนมีหน้าที่นั้น
- เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อหรือทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดเบียดบังทรัพย์นั้น เป็นของตนหรือผู้อื่นโดยทุจริต
- เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติตาม ปอ.157
ทีมจับกุมนำตัวส่งดำเนินการตามกฎหมาย ที่ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ภาค 6 จังหวัดพิษณุโลกต่อไป

เรือนจำกลางนครสวรรค์ ถือเป็นเรือนจำที่มีขนาดใหญ่ มีผู้ต้องขังกว่า 3,000 รายโดยมีการรับฝากเงินและเก็บเงินสวัสดิการจากญาติผู้ต้องขัง ซึ่งผู้ต้องหารายนี้ก็ปลอมเอกสารใบเสร็จทุกครั้งและทำสำเนาปลอมขึ้นมาระบุยอดเงินน้อยกว่าจำนวนจริงที่ญาติฝากไว้เพื่อจะได้ยักยอกเข้ากระเป๋าตนเอง
โดยผู้ต้องหาสารภาพว่า นำเงินที่ยักยอกไปเล่นการพนันฟุตบอลออนไลน์ และหมดตัวในที่สุด จนต้องไปหางานโรงงานทำ
พ.ต.อ. ศานุวงษ์ คงคาอินทร์ กล่าวว่า ผู้ต้องหารู้อยู่แก่ใจดีว่า มีการติดตามหาตัวมาดำเนินคดี จึงหลบหนีย้ายที่อยู่ตลอด และบอกกับทางบ้านไว้ว่า หากมีเอกสารหมายเรียก ไม่ต้องติดต่อมาหาตนเด็ดขาด เพื่อตัดช่องทางไม่ให้เจ้าหน้าที่ติดตามได้
แต่ก็ไม่รอด ตำรวจ บก.ปปป. ตามสืบจนเจอตัวมารับกรรมที่ก่อไว้
