ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 69 ที่ผ่านมา ป้า อายุ 47 ปี ชาว จังหวัดอุบลราชธานี ร้องกับมูลนิธิปวีณา ขอให้เข้าไปช่วยเหลือหลานน้อย 2 คน ซึ่งพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดที่ศรีสะเกษ กับพ่อแม่ที่ติดยาเสพติดงอมแงมทั้งคู่
โดยทางด้านของป้ารายนี้ เผยว่า น้องชาย มีอาชีพทำงานรับจ้างทั่วไปแต่ไม่ค่อยไปทำงาน และน้องสะใภ้ ไม่ได้ทำงานอะไร และทั้งคู่ก็ติดยาเสพติดงอมแงม ซึ่งทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกัน 2 คน คนโต อายุ 4 ขวบ ส่วนคนเล็กอายุ 6 เดือน และบ้านที่พักอาศัยอยู่ในสภาพทรุดโทรม ไม่ได้ดูแลความสะอาด มีกองขยะเต็มหน้าบ้าน แล้วแม่ของเด็ก ยังใช้นมข้นหวาน ผสมกับน้ำชงให้กับลูกวัย 6 เดือนกิน นอกจากนั้นก็ยังปล่อยให้เด็กฉี่และอึ แล้วไม่ยอมเปลี่ยนผ้าอ้อมให้ทำให้ทารกวัย 6 เดือน มีแผลตามตัว และมีผิวหนังอักเสบติดเชื้อ ทางด้านของป้า และญาติๆ ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือเด็กได้ เนื่องจากแม่ของเด็กไม่ยินยอม ขอให้ทางมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือหลาน



หลังจากนั้นทางด้านของ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้มีการประสานไปยัง นางสาววีรินท์ นิตย์สุวรรณ พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดศรีสะเกษ (พมจ.ศรีสะเกษ) โดย พมจ.ศรีสะเกษ มอบหมายให้ นางสาวจิระพรรณ มากนวล นักสังคมสงเคราะห์ชำนาญการ และนางสาวชนิดา พลพงษ์ นักสังคมสงเคราะห์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดศรีสะเกษ ลงพื้นที่ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอกันทรลักษ์ ให้การช่วยเหลือทารกน้อยทันที


ซึ่งจากการที่เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ พบว่าบ้านหลังดังกล่าวอยู่ในสภาพสกปรก มีข้าวของกระจัดกระจายไม่เป็นระเบียบ และมีงกองขยะอยู่ในบ้าน นอกจากนั้นก็ยังพบว่า ทารกวัย 6 เดือน และเด็กวัย 4 ขวบ อยู่ในบ้านที่มีสภาพสกปรก ไม่ถูกสุขลักษณะ และไม่ปลอดภัยต่อเด็ก นอกจากนั้นทางด้านของเจ้าหน้าที่ก็ยังพบว่า ทารกวัย 6 เดือน มีแผลตามร่างกาย ทางด้านของเจ้าหน้าที่ พม. จึงได้รีบนำตัวส่งโรงพยาบาล เพื่อให้แพทย์ช่วยติดตามอาการ และรักษาอย่างต่อเนื่อง เพราะทารกมีภาวะติดเชื้อในผิวหนัง และขาดสารอาหาร นอกจากนั้น ก็ยังไม่ได้รับวัคซีนตามช่วงวัย และมีอาการตัวซีด เสี่ยงที่จะติดเชื้อในกระแสเลือด



ทางด้านของฝ่ายปกครองอำเภอกันทรลักษ์ ตรวจสอบพ่อแม่ของเด็ก ทั้งคู่ยอมรับว่ามีการใช้สารเสพติดจริง จึงได้มีการนำตัวพ่อแม่ของเด็กไปบำบัด ที่ รพ.กันทรลักษ์ ส่วนเด็กทั้ง 2 คน อยู่ในการดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิด เมื่อเสร็จสิ้นการรักษาญาติมีความประสงค์ให้ทารกเข้ารับการสงเคราะห์ในความดูแลของพม. ขณะที่เด็กหญิงคนโต 4 ขวบ ญาติจะช่วยกันดูแล โดยมูลนิธิปวีณาฯ จะติดตามการช่วยเหลือร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯ ต่อไป


