วันนี้(5 ต.ค. 66) พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. เปิดเผยว่า การจับกุม ผู้ต้องหา 3 ราย ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาวุธปืน ที่เยาวชนอายุ 14 ปี นำไปใช้ยิงคนในห้างพารากอน เมื่อวันที่ 3 ต.ค. 66 นั้น เกิดจากการขยายผลเส้นทางการเงิน จนทำให้สามารถขอศาลออกหมายจับได้ 3 ราย แบ่งเป็น 2 รายแรก จำหน่ายปืน และ อีกราย จำหน่ายกระสุนปืน ก่อนจะประสานตำรวจภูธร ภาค 9 เข้าจับกุม 2 ผู้ต้องหาที่จังหวัดยะลา และ อีกหนึ่งผู้ต้องหา สามารถจับกุมได้ในพื้นที่บางคอแหลม
จากการตรวจค้นผู้ต้องหาที่ จ.ยะลา ของกลางกระสุนปืนจำนวนกว่า 209 นัด, ท่อนเหล็กที่นำมาใช้ประกอบปืน จำนวน 33 ชิ้น แม็กกาซีน 9 แม็ก ก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาส่งต่อมาที่ สน.ยานนาวา
ส่วนอีกรายที่จับกุมได้ที่ กทม.นั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมคาที่ทำงาน โดยตรวจพบอาวุธปืนแบลงค์กันที่ตัว พร้อมแม็กกาซีน 10 นัด ก่อนจะไปค้นต่อที่ทำงาน พบปืนเพิ่มอีก 1 กระบอก จากนั้นจึงควบคุมตัวไปตรวจค้นที่บ้าน ก็ได้พบกระสุนปืนอีกจำนวนมาก
จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจเอง ก็มีพยานหลักฐานและเส้นทางการเงินชัดเจน ซึ่งในรายที่ยะลา มีข้อมูลแชทไลน์ที่พูดคุยกันมานานกว่า 2 เดือน แต่เรื่องของวิธีการส่งปืนมายังผู้ก่อเหตุ ไม่สามารถเปิดเผยได้
ทั้งนี้การซื้อขายปืนของเยาวชนผู้ก่อเหตุ และอีกหลายๆรายที่ครอบครองปืนอย่างปิดกฏหมาย ส่วนใหญ่มีที่มาจากดาร์คเว็บ หรือกลุ่มในเฟซบุ๊กที่เป็นกลุ่มปิด แปลว่าก็ยังมีลูกค้ารายอื่นๆอยู่อีก ซึ่งจะต้องมีการสอบสวนต่อไป
จึงของฝากเตือนไปยังผู้ที่ครอบครองอาวุธปืนผิดกฏหมายว่า มีความผิด ถ้าบริสุทธ์ใจก็ขอให้นำมามอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้กำชับมาว่า ให้ปราบปรามเรื่องนี้อย่างเด็ดขาด
