ตำรวจเตรียมเรียกสอบยกชุด หลังพบขบวนการ “แจ้งเกิดทิพย์” ให้บุคคลต่างชาติ โดยเฉพาะกลุ่มชาวจีน พบความผิดปกติแล้วอย่างน้อย 27 ราย พร้อมเตรียมรวบรวมหลักฐานส่งหน่วยงานปราบทุจริตดำเนินการต่อ

คดีนี้ถูกเปิดโปง หลัง ดร.กิติพงศ์ พงศ์สุรเวท นายกเทศมนตรีตำบลโพธิ์กลาง อ.เมือง จ.นครราชสีมา เข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ให้ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่งานทะเบียนรายหนึ่ง หลังตรวจสอบพบพฤติการณ์ปลอมเอกสารแจ้งเกิดให้บุคคลต่างชาติเป็นขบวนการ
จากการตรวจสอบย้อนหลังตั้งแต่ปี 2566 ถึงปัจจุบัน พบความผิดปกติของการแจ้งเกิดเด็กแล้วไม่น้อยกว่า 27 ราย โดยส่วนใหญ่เป็นครอบครัวชาวจีน
เบื้องต้นพบรูปแบบการกระทำผิดเป็นระบบ มีนายหน้าพาบุคคลมาติดต่อ และเจาะจงให้เจ้าหน้าที่รายเดียวเป็นผู้ดำเนินการ พร้อมมีการเรียกรับเงินรายละประมาณ 10,000–30,000 บาท

นอกจากนี้ ยังพบพฤติการณ์แอบใช้สิทธิ์เข้าระบบทะเบียนราษฎร ทั้งที่ไม่มีอำนาจ โดยอาศัยช่วงที่เจ้าหน้าที่คนอื่นเผลอ ก่อนบันทึกข้อมูลเท็จเข้าสู่ระบบ
ขณะที่เอกสารสำคัญที่ใช้ประกอบการแจ้งเกิด เป็นเอกสารปลอมในลักษณะหนังสือราชการ อ้างอิงจากโรงพยาบาล เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือและหลอกเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการตามขั้นตอน

ด้านความคืบหน้าล่าสุด พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้รับแจ้งความแล้ว และเตรียมเรียกผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเข้าสอบปากคำภายในสัปดาห์หน้า เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน
จากนั้นจะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

สำหรับเจ้าหน้าที่ผู้ถูกกล่าวหา ขณะนี้ได้ยื่นใบลาออก แต่ยังไม่ได้รับการอนุมัติ โดยมีพฤติการณ์หลบหนีออกจากพื้นที่ หลังเก็บของใช้ส่วนตัวและเอกสารสำคัญบางส่วนไป และขาดราชการแล้วกว่า 18 วัน
ทั้งนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมขยายผลไปยังพื้นที่อื่น หลังพบว่าลักษณะการกระทำอาจเชื่อมโยงกับเครือข่าย “จีนเทา” และอาจมีการกระทำในลักษณะเดียวกันในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ
