เหยื่อสแกมเมอร์หนีตาย ถูกลวงข้ามชายแดนไปทำงานที่ปอยเปต บังคับสแกนหน้าเปิดบัญชีม้า กับนาทีชีวิต แหกคุกนรกกลับไทย เริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ไม่สวยหรูอีกต่อไป…

อีจันได้เจอกับอดีตนักโทษรายหนึ่ง ที่ถูกพิพากษาในคดีบัญชีม้า ชีวิตของเขาไม่ได้ตั้งใจเลือกเส้นทางนี้ แต่ตอนนั้นเขาถูกหลอก…
เรื่องราวเริ่มขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน ย้อนไปช่วงโควิด ต้น (นามสมมุติ) ได้พยายามหางานหลายที่ หวังมีรายได้เลี้ยงชีพ เขาได้พบประกาศรับสมัครงานโปรแกรมคอมพิวเตอร์ ได้เงินเดือนมากถึง 20,000 บาท ค่ากิน ค่าเดินทาง ที่พัก ฟรี สวัสดิการล่อลวงใจ ต้นจึงตัดสินใจสมัครงานโดยไม่ลังเล หลังจากกรอกใบสมัครไม่นาน บริษัทก็มีการนัดหมายไปพบที่จังหวัดสระบุรี นั่นเป็นจุดเปลี่ยนชีวิต
ต้นถูกพาข้ามชายแดนกัมพูชาในเวลาเที่ยงคืนพร้อมเหยื่อรายอื่น โดยที่เขาไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ
ไปถึงที่นั้น รู้เพียงว่าที่นี่คือ คาสิโนภูริ แหล่งกบดานของแก๊งอาชญากรรมข้ามชาติ เขาถูกขังในห้องด้านหลังคาสิโน พร้อมขู่บังคับให้บอกรหัสมือถือ ยึดบัญชีธนาคาร บัตรประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคลทั้งหมดไป ตอนนี้ในตัวเขาไม่เหลืออะไร มีเพียงกายเปล่าๆ นาทีนั้นรู้ทันที ชะตาชีวิตต่อจากนี้หนักแน่นอน
ต้นเล่าว่า การทำงานที่คาสิโนภูริ ในแต่ละวัน เหยื่อทุกคนจะนั่งรถตู้ไปยังตึกสูงชั้นบนห้องกระจก เหยื่อทั้งหมด มีหน้าที่เพียงสแกนหน้าในแอปธนาคาร บัญชีจะถูกนำไปทำธุรกรรมฟอกเงินโดยนายจ้างคนจีน หากขัดขืน จะถูกทรมานทุกส่วนในร่างกาย เว้นเพียงใบหน้า เพื่อให้ยังสามารถใช้ประโยชนได้ ภายในห้องเต็มไปด้วยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์นับร้อย พร้อมเหยื่อมากมายหลากหลายประเทศ มีตั้งแต่เด็กวัยรุ่นไปจนถึงคนแก่
เวลาผ่านไปประมาณ 1 สัปดาห์ หลังบัญชีถูกอายัดหรือเรียกกันว่าบัญชีตาย เหยื่อเจ้าของบัญชีจะถูกส่งกลับบ้านพร้อมเงิน 3,000 บาท สิ่งที่เหยื่อเผชิญในแต่ละวันคือความสิ้นหวัง สุดท้ายมีบางกลุ่มที่ทนไม่ไหว จุดไฟเผาที่พักหลังคาสิโนหลบหนี พวกเขาไม่มีทางออกแล้ว จึงต้องทำแบบนี้
เหตุการณ์นั้นทำให้นายจ้างจีนถูกจับ แต่เพียง 1 วัน นายจ้างเหี้ยมรายนั้นก็ได้รับการประกันตัว มัจจุราชยังไม่ไปไหน พอกลับมาได้ นายจ้างก็จัดการกับเหยื่อกลุ่มสุดท้ายจำนวน 20 กว่ารายรวมถึงต้น เขาถูกนำไปขายต่อบังคับให้ทำงานหน้าที่ใหม่ คือเป็นคอลเซ็นเตอร์ โทรหลอกเอาเงิน
ต้นเล่าต่อว่า ระหว่างการส่งตัวไปยังอีกตึก พวกเขาคิดว่าต้องหนีให้ได้ จึงร่วมกันวางแผนเพื่อออกไปจากขุมนรก โดยตั้งใจจะออกไปตอนเช้า เพราะหากหนีช่วงค่ำ จะถูกยิงทิ้งในทันที แต่พอเช้าวันถัดมาพวกเขาพยายามหนีกลับเจอกับกลุ่มผู้ควบคุม พวกเขาต้องสู้กับคนกลุ่มนั้นด้วยอาวุธที่ซ่อนมาตอนไฟไหม้คาสิโน จังหวะนั้น ต้นบอกเพียงว่า “ต้องรอดไปให้ได้”
แล้วก็รอดกลับมาได้จริงๆ ต้นบอกอีกว่า หลังทุกคนรอดพ้นมาได้ ก็กระจัดกระจายออกไป กลุ่มผู้หญิงบางส่วนกลับเข้าไทยอย่างถูกกฎหมาย ส่วนกลุ่มผู้ชายหนีไปทางเรือต้องใช้เงินที่ค้างในบัญชีม้าหลักแสน ยัดเงินเพื่อข้ามฟากกลับไทย
หลังรอดมาได้ พวกเขาตัดสินใจแยกย้ายกันไปยังถิ่นฐานตน แต่ต้นตัดสินใจทำงานต่อที่พัทยา แทนที่กลับมาไทยจะได้มีอิสระเหมือนเดิม แต่ไม่ใช่… บัญชีของต้นถูกอายัด ชื่อติดแบล็คลิสต์ งานที่ทำได้ มีเพียงรับจ้างอิสระ ส่งของร้านค้า เพราะข้อมูลส่วนบุคคลที่ถูกขโมยไป ทำให้ไม่สามารถสมัครงานในระบบได้ หลังผ่านพ้นทุกอย่าง ต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจได้และตั้งตัวอยู่ 2 ปี
แต่แล้ว…ความหวังได้พังลงอีกครั้ง เมื่อหมายจับมาเยือนหน้าบ้าน
ต้นถูกจับกุมในคดีบัญชีม้า และถูกส่งตัวมาที่เรือนจำอ่างทอง ช่วงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับเหยื่อที่ถูกหลอกเงินในระหว่างขึ้นศาล มันช่างอึดอัดใจ เพราะต้นก็เป็นเหยื่อเช่นเดียวกันแต่ไม่สามารถต่อสู้คดีได้ เพราะไม่มีหลักฐานและพยานในคดี จึงต้องจำใจรับกรรมที่ไม่ได้ตั้งใจก่อถึง 6 เดือน

ปัจจุบัน ต้นได้พ้นโทษจากคดีและพร้อมจะมีชีวิตใหม่อีกครั้ง แต่ไม่รู้จะหลุดพ้นบ่วงกรรมเมื่อไหร่ เพราะหากมีหมายศาลอีก เขาก็หนีไม่พ้น ต้นฝากบอกสังคมเพียงว่า อยากให้ระวังตัว เพราะการหลอกลวงเกิดขึ้นได้ทุกวิธี และหวังว่าจะไม่มีเหยื่อคนไหนต้องเจ็บปวดซ้ำๆ แบบเขาอีก
