จากกรณีเมื่อวันที่ 14 มี.ค.2569 อินฟลูเอนเซอร์สาวดัง “มดออย” แจ้งความตำรวจ สภ.เมืองนครราชสีมา ว่าตู้เซฟที่อยู่ในห้องพักชั้น 26 ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง หายไปซึ่งน้ำหนักของตู้เซฟประมาณ 250 กิโลกรัม และภายในตู้เซฟมีทรัพย์สินมูลค่าหลายล้านบาท ซึ่งพบเห็นตู้เซฟครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 ก.พ.2569

หลังรับแจ้งเหตุ พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผบก.ภ.จว.นครราชสีมา , พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผกก.สภ.เมืองนครราชสีมา , พ.ต.ท.วิชานนท์ บ่อพิมาย รอง ผกก.สส.ภ.จว.นครราชสีมา และเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุในห้องพักของอินฟลูเอนเซอร์สาวดัง
การตรวจที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยรื้อค้นทรัพย์สิน ไม่พบรอยลากตู้เซฟที่พื้นในห้องพักและพื้นที่ส่วนกลาง อีกทั้งไม่พบร่องรอยงัดแงะประตูทางเข้าห้องพัก??

ชุดสืบสวนได้ข้อมูลว่าฐานของตู้เซฟใบนี้มีล้อเลื่อนเพื่อสะดวกในการขนย้าย อีกทั้งได้ประตูห้องพักของอินฟลูเอนเซอร์สาวดังเป็นลูกบิดประตูต้องใช้กุญแจไข และลูกบ้านหรือเจ้าของร่วมที่พักอาศัยในคอนโดมิเนียมต้องฝากลูกกุญแจไว้ที่นิติบุคคลเผื่อกรณีฉุกเฉิน
ชุดสืบสวนนำภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียมมาวิเคราะห์โดยตรวจสอบย้อนหลังซึ่งชุดสืบสวนสับเปลี่ยนกันดูภาพจากกล้องวงจรปิด กระทั่งพบว่าช่วงกลางคืนเวลาประมาณ 19.00 – 22.00 น. ภาพจากกล้องวงจรปิดหายไปบางห้วงเวลา จากนั้นกลับมาใช้ได้ตามปกติ

ชุดสืบสวนตั้งข้อสงสัยตรวจสอบเพิ่มเติมทราบว่าในห้วงเวลาและวันดังกล่าวไฟฟ้าในคอนโดมิเนียมและใกล้เคียงไม่มีไฟฟ้าดับใช้งานได้ตามปกติ
ความสงสัยทำให้ชุดสืบสวนเริ่มมั่นใจว่า คนร้ายอาจจะเป็นบุคคลที่อยู่ในคอนโดมิเนียม จึงตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังจากวันที่ 7 มี.ค.2569 พบว่ามีชายคนหนึ่งทำงานในคอนโดมิเนียม หยิบกล่องเก็บกุญแจค้นหาลูกกุญแจห้องของลูกบ้านหรือเจ้าของร่วม
ชุดสืบสวนจึงเริ่มเฝ้าดูพฤติกรรมการใช้ชีวิตของชายคนนี้ในระยะเวลา 2 – 3 วัน กระทั่งพบหลักฐานที่มีคุณค่าเชิงพิสูจน์และพยานแวดล้อมว่า ชายคนนี้ไปที่ร้านทองแห่งหนึ่ง อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นำทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท ไปขายแล้วเปลี่ยนเป็นทองคำแท่งน้ำหนัก 5 บาท จำนวน 1 แท่ง และน้ำหนัก 2 บาท จำนวน 1 แท่ง ส่วนที่เหลือได้เงินสดกว่า 2 แสนบาท กลับคืนมา

ชุดสืบสวนหาข้อมูลชายคนนี้เพิ่มเติมพบว่า ชายคนนี้มีเพื่อนสนิทคนหนึ่งประกอบอาชีพช่างก่อสร้างมีอุปกรณ์เครื่องมือช่างหลายชิ้นหลายประเภท จึงรวบรวมพยานหลักฐานให้กับพนักงานสอบสวนยื่นคำร้องต่อศาลพิจารณาออกหมายจับนายเบิร์ด (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ช่างประจำคอนโดมิเนียม และ นายบาส (นามสมมติ) อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของนายเบิร์ด
แหล่งข่าวระดับสูงในชุดสืบสวน เปิดเผยว่า ผู้ก่อเหตุทั้งสองรายมีความรู้ความชำนาญด้านงานช่างเป็นอย่างดี โดยช่างประจำคอนโดมิเนียม บอกว่า ได้นำลูกกุญแจมาไขห้องเกิดเหตุ ก่อนก่อเหตุตัดไฟฟ้าเฉพาะไฟฟ้าที่ใช้กับกล้องวงจรปิดทั้งคอนโดมิเนียมจากนั้นเข้าไปภายในห้องช่วยกันเข็นตู้เซฟมาที่ลิฟต์ขนของลงมาจากชั้น 26 ลงมาที่ชั้น 2 เข็นตู้เซฟมาที่ลานจอดรถมาที่รถกระบะแล้วเปิดแคปท้ายกระบะเอาตู้เซฟพาดดันขึ้นท้ายกระบะ จากนั้นขับรถออกไปจุดพักตู้เซฟโดยใช้เครื่องมือเจาะผนังเหล็กด้านหลังตู้เซฟแล้วใช้มือล้วงเข้าไปหยิบทองที่อยู่ภายในเพื่อเตรียมนำไปขาย โดยช่างประจำคอนโดมิเนียมได้กลับมาที่แผงควบคุมไฟฟ้าทำให้กล้องวงจรปิดกลับมาใช้ได้ตามปกติ

