ท่ามกลางอาชญากรรมออนไลน์ที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย ตลอดปี 2568 ด้วยหลากหลายกลลวงของมิจฉาชีพ ที่สร้างความน่าเชื่อถือให้กับเหยื่อ ทั้งกลหลอกให้รักชักชวนลงทุน ก่อนที่รัฐบาลจะเดินหน้าปราบปรามเรื่องนี้อย่างจริงจัง ล่าสุด มีความคืบหน้าของปฏิบัติการดังกล่าวแล้ว

วันนี้ (17 พ.ย. 68) ศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) ได้เปิดสถิติคดีและความเสียหายในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา (9 – 15 พ.ย. 68) หลังมีการดำเนินการสืบสวนจับกุมพร้อมช่วยเหลือเหยื่อจากการถูกหลอกลวง
โดยสัปดาห์ที่ผ่านมา มีคดีที่รับแจ้งเข้ามาผ่านทาง Thaipoliceonline จำนวน 7,720 เคส มูลค่าความเสียหายหาย 434,671,953 บาท ซึ่งลดลงจากห้วงวันที่ 2-8 พ.ย.68 จำนวน 175 เคส มูลค่าความเสียหายลดลง 129,942,832 บาท
จากข้อมูลการรับแจ้งความ (เทียบข้อมูลเชิงปริมาณ) พบว่า การหลอกลวงซื้อขายสินค้าหรือบริการ ยังเป็นคดีอันดับ 1 ที่ผู้เสียหายถูกหลอกลวงมากที่สุด ซึ่งหากเทียบเชิงมูลค่าความเสียหาย พบว่า การหลอกให้ลงทุนผ่านระบบคอมพิวเตอร์ มีมูลค่าความเสียหายสูงเป็นอันดับ 1 และการหลอกให้โอนเงินเพื่อรับรางวัล, หลอกให้โอนเงินเพื่อทำงานหารายได้พิเศษ, หลอกให้โอนเงินโดยข่มขู่ให้เกิดความกลัว มีมูลค่าความเสียหายรองลงมา ตามลำดับ

ทั้งนี้ รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา มีเคสรับแจ้งผ่านทางศูนย์ ACSC และสามารถประสานงานร่วมกับทุกภาคส่วน ประกอบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่เข้าช่วยเหลือเหยื่อ สามารถช่วยเหลือและระงับการโอนเงินของผู้เสียหายก่อนจะโอนเงินไปยังบัญชีของมิจฉาชีพได้ 12 เคส คิดเป็นจำนวนเงินกว่า 7,185,174 บาท ดังนี้
เคสที่ 1 ช่วยเหลือนักศึกษาชาย มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง พื้นที่ สภ.ชะอำ จ.เพชรบุรี หลังผู้เสียหายถูกคนร้ายอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ แจ้งว่ามีคดีพัวพันยาเสพติด ให้ดำเนินการตามที่คนร้ายแนะนำ และปลอมเอกสารมหาวิทยาลัย ว่าได้รับทุนเรียนต่างประเทศ ต้องโอนเงินเพื่อให้มีรายการเดินบัญชี ซ้ำยังบังคับ ข่มขู่ให้อยู่ในหอพัก ไม่ให้บอกความจริงกับผู้ปกครอง แต่ให้หาเหตุผลอ้างเรื่องอื่น เพื่อให้ผู้ปกครองโอนเงินมาให้ มูลค่า 8 แสนบาท เพื่อโอนต่อให้คนร้าย เป็นที่มาให้เกิดการประสานงาน กระทั่งประสานพื้นที่เข้าช่วยเหลือเหยื่อ และระงับการโอนเงินได้ทัน
เคสที่ 2 ศปอส.ภ.1 จับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 12 ราย ตรวจยึดเงินสด 9.27 แสนบาท จากนั้นได้มีการขยายผลติดตามช่วยเหลือผู้เสียหาย ที่ถูกคนร้ายลวงให้ทำภารกิจหารายได้พิเศษ โดยเป็นการชวนเข้ากลุ่มไลน์ ก่อนจะมีการสมัครสมาชิกร้านค้า ต้องโอนเงินเพื่อเปิดการมองเห็น มูลค่าความเสียหาย 194,544 บาท ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางแก้ว ได้ประสานงานช่วยเหลือ แจ้งเตือนให้ผู้เสียหายรู้ตัวว่าถูกหลอกลวง และรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี

เคสที่ 3 ขยายผลจากการจับกุมของ ศปอส.ภ.1 จับกุมเครือข่ายบัญชีม้า 12 ราย ตรวจยึดเงินสด 9.27 แสนบาท พร้อมประสานกับ ศปอส.ภ.5 ช่วยเหลือผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสูงอายุ ในพื้นที่ สภ.วังเหนือ หลังผู้เสียหายถูกคนร้ายชักชวนผ่านเฟซบุ๊กหลอกลวงว่าเที่ยวฟรีพร้อมครอบครัวแบบหรูหรา (VIP) และยังมีพ็อกเก็ตมันนี่เพิ่มให้ เมื่อสนใจ คนร้ายใช้วิธีส่งข้อความทางแชทออนไลน์มาหา จากนั้นให้ส่งเบอร์โทรศัพท์หาผู้เสียหายไปให้ และพูดคุยกันผ่านโทรศัพท์ ก่อนให้โอนเงินไปหลายครั้ง รวมมูลค่าทั้งหมด 349,734 บาท โดยเจ้าหน้าที่ได้แจ้งเตือนเหยื่อให้รู้ตัวว่าถูกหลอกลวง และให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดี
เคสที่ 4 พื้นที่ สภ.หาดใหญ่ ผู้เสียหายต้องการซื้ออาหารเสริมให้มารดา ถูกลวงอ้างว่าจะได้สินค้าทดลอง จึงถูกชักชวนให้เข้าไปในไลน์ ก่อนหลอกลวงให้ลงทุนเทรดหุ้น ขณะที่ในกลุ่มนั้นมีหน้าม้าคอยหลอกว่าได้เงินคืนจากการลงทุน พร้อมกดดันให้ผู้เสียหายโอนเงินอยู่เรื่อย ๆ สูญเงินรวมกว่า 1,499,000 บาท ซึ่ง ศปอส.ภ.8 และ สภ.หาดใหญ่ ได้รับแจ้งจาก Warroom ศูนย์ ACSC ให้ติดต่อช่วยเหลือเหยื่อ ประสานงานให้ผู้เสียหายรู้ตัวและหยุดโอนเงิน ก่อนพาแจ้งความที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

