วันนี้ (10 ต.ค. 68) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมคณะฯ ได้รับการประสานงานจากวอร์รูม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการโอนเงินสั่งซื้อทองคำโดยผิดปกติ ก่อนเดินทางมารับทองคำที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมวางแผนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด โดยวางกำลังรอและเฝ้าสังเกตกลุ่มผู้ต้องหาที่จะเดินทางมารับทองคำแท่งที่ได้ซื้อไว้บริเวณห้างทอง พื้นที่ประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งพบชายชาวจีน มีพฤติการณ์คล้ายสั่งการกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยจึงแสดงตนขอตรวจสอบ
พบว่านายสมบัติ อายุ 53 ปี ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้ารับเงิน และ น.ส.ชัญญานุช อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ควบคุมหน้าซื้อทอง (สามารถสื่อสารภาษาจีนได้) และ น.ส.วรรณิภา อายุ 45 ปี ทำหน้าที่เป็นคนควบคุมม้าซื้อทอง ซึ่งทั้ง 3 คน อยู่ระหว่างทำธุรกรรมภายในห้างทอง

จากการสอบถามนายสมบัติ อ้างว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้มาทำธุรกรรมซื้อทอง โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในการซื้อทองคำจำนวน 3,000 บาท ขณะที่ น.ส.ชัญญานุช และ น.ส.วรรณิภา อ้างว่ามีหน้าที่หาบัญชีม้ารับเงิน และเป็นผู้ควบคุมบัญชีม้า เพื่อทำธุรกรรมถอนเงิน หรือนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปแปรสภาพด้วยการซื้อทอง และนำเงินหรือทองไปส่งให้กับกลุ่มคนร้ายต่อไป
น.ส.วรรณิภา กล่าวว่าตนมีหน้าที่เป็นธุระจัดหารวบรวมบัญชีม้า พร้อมตัวบุคคลเจ้าของบัญชีในฝั่งประเทศไทย จากนั้น จะส่งตัวเจ้าของบัญชีพร้อมบัญชีม้าข้ามแดนไปยังฝั่งกัมพูชา โดยช่องทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีหัวหน้าจะเป็นผู้ควบคุม จัดสรรบุคลากรในการพาบัญชีม้าข้ามแดนต่อไป

จากนั้น น.ส.ชัญญานุช และ น.ส.วรรณิภา ได้สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปพบกับ MR. XIONG ZHIRONG ชายจีน ซึ่งนั่งรอรับทองอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งภายในห้าง โดยทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้ง 3 คน นำเงินหรือทองที่ได้จากการกระทำผิดหลบหนีไปเป็นของตนเอง
ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวบุคคลทั้ง 4 คน มาที่ สน.ประเวศ โดยพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”
จากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TPO) ยังพบเรื่องรับแจ้งในระบบ (Case ID) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ถูกจับกลุ่มนี้ 95 เรื่อง มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และพบเหตุที่เกิดขึ้น เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร 19 เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท และอยู่ระหว่างการขยายผล
นอกจากนี้ ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทองคำแห่งน้ำหนักรวม 47.5 บาท มูลค่า 2.7 ล้านบาท พร้อมด้วยรถยนต์ 2 คัน และของกลางรายการอื่น ๆ อีกหลายรายการ

