ตำรวจนครบาล รวบ “แก๊งบัญชีม้าทองคำ” ยึดทองแท่ง 2.7 ล้านบาท

ไม่พ้นตา! ตำรวจนครบาล บุกรวบ “แก๊งบัญชีม้าทองคำ” กลางห้างดังกรุงเทพฯ ยึดทองคำแท่ง น้ำหนักรวม 47.5 บาท มูลค่า 2.7 ล้านบาท

วันนี้ (10 ต.ค. 68) กองบัญชาการตำรวจนครบาล นำโดย พล.ต.ต. โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น. พร้อมคณะฯ ได้รับการประสานงานจากวอร์รูม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ว่ามีการโอนเงินสั่งซื้อทองคำโดยผิดปกติ ก่อนเดินทางมารับทองคำที่ห้างทองแห่งหนึ่ง ในพื้นที่กรุงเทพฯ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมวางแผนติดตามจับกุมกลุ่มผู้กระทำความผิด โดยวางกำลังรอและเฝ้าสังเกตกลุ่มผู้ต้องหาที่จะเดินทางมารับทองคำแท่งที่ได้ซื้อไว้บริเวณห้างทอง พื้นที่ประเวศ กรุงเทพฯ ซึ่งพบชายชาวจีน มีพฤติการณ์คล้ายสั่งการกับกลุ่มผู้ต้องสงสัยจึงแสดงตนขอตรวจสอบ

พบว่านายสมบัติ อายุ 53 ปี ทำหน้าที่เป็นบัญชีม้ารับเงิน และ น.ส.ชัญญานุช อายุ 44 ปี ทำหน้าที่ควบคุมหน้าซื้อทอง (สามารถสื่อสารภาษาจีนได้) และ น.ส.วรรณิภา อายุ 45 ปี ทำหน้าที่เป็นคนควบคุมม้าซื้อทอง ซึ่งทั้ง 3 คน อยู่ระหว่างทำธุรกรรมภายในห้างทอง

จากการสอบถามนายสมบัติ อ้างว่า ได้รับการชักชวนจากเพื่อนให้มาทำธุรกรรมซื้อทอง โดยจะได้รับค่าตอบแทนเป็นเงินในการซื้อทองคำจำนวน 3,000 บาท ขณะที่ น.ส.ชัญญานุช และ น.ส.วรรณิภา อ้างว่ามีหน้าที่หาบัญชีม้ารับเงิน และเป็นผู้ควบคุมบัญชีม้า เพื่อทำธุรกรรมถอนเงิน หรือนำเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปแปรสภาพด้วยการซื้อทอง และนำเงินหรือทองไปส่งให้กับกลุ่มคนร้ายต่อไป

น.ส.วรรณิภา กล่าวว่าตนมีหน้าที่เป็นธุระจัดหารวบรวมบัญชีม้า พร้อมตัวบุคคลเจ้าของบัญชีในฝั่งประเทศไทย จากนั้น จะส่งตัวเจ้าของบัญชีพร้อมบัญชีม้าข้ามแดนไปยังฝั่งกัมพูชา โดยช่องทางธรรมชาติ ซึ่งจะมีหัวหน้าจะเป็นผู้ควบคุม จัดสรรบุคลากรในการพาบัญชีม้าข้ามแดนต่อไป

จากนั้น น.ส.ชัญญานุช และ น.ส.วรรณิภา ได้สมัครใจพาเจ้าหน้าที่ตำรวจ ไปพบกับ MR. XIONG ZHIRONG ชายจีน ซึ่งนั่งรอรับทองอยู่ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งภายในห้าง โดยทำหน้าที่เป็นคนเฝ้าสังเกตการณ์เพื่อป้องกันไม่ให้ทั้ง 3 คน นำเงินหรือทองที่ได้จากการกระทำผิดหลบหนีไปเป็นของตนเอง

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตัวบุคคลทั้ง 4 คน มาที่ สน.ประเวศ โดยพนักงานสอบสวนกล่าวหาว่า “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน”

จากการตรวจสอบในระบบรับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (TPO) ยังพบเรื่องรับแจ้งในระบบ (Case ID) ซึ่งเกี่ยวข้องกับผู้ถูกจับกลุ่มนี้ 95 เรื่อง มูลค่าเสียหายกว่า 10 ล้านบาท และพบเหตุที่เกิดขึ้น เฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร 19 เรื่อง รวมมูลค่าความเสียหายกว่าล้านบาท และอยู่ระหว่างการขยายผล

นอกจากนี้ ในคดีดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตรวจยึดทองคำแห่งน้ำหนักรวม 47.5 บาท มูลค่า 2.7 ล้านบาท พร้อมด้วยรถยนต์ 2 คัน และของกลางรายการอื่น ๆ อีกหลายรายการ