ปฏิบัติการนี้ ซุ่มสืบอยู่นาน เพราะ นายหน้าใหญ่ของขบวนการค้าสัตว์ป่า และเป็นคนมีชื่อเสียง
พญาเสือได้ส่งสายลับสืบเข้าไปแบบระยะเผาขน จนผู้ร้ายเกิดความรู้สึกตายใจ ทำการตอบรับแผนล่อซื้อลูกเสือโคร่ง ตัวน้อยๆเป็นจำนวน 6 ตัว และงาช้างกิ่งใหญ่ ที่มีลักษณะสวย สมบูรณ์อีกหนึ่งคู่ ในช่วงค่ำ ของคืนวันที่ 15 กรกฎาคม 2567

ทีมพญาเสือ (ชุดจับกุม) ประชุมวางแผนด่วนปฏิบัติการครั้งนี้เป็นความลับ ต้องรัดกุมที่สุด ห้ามแพร่งพรายหลุดออกไปเด็ดขาด เพราะคนที่เราจะสู้ ก็น่าจะมีสายแข็งไม่เบาเลยค่ะ
ทำการส่งพญาเสือซุ่มลงสำรวจ ในพื้นที่ในจังหวัดสุรินทร์ ค้นหาจุดนัดรับ ตั้งแต่วันที่ 14 กรกฎาคมก่อนวันนัด หาที่ที่เหมาะที่สุดเพื่อ ปิดประตูตีแมว! พร้อมกับประสานทีมตำรวจในพื้นที่ภาคสามมาร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ด้วย
ทุกอย่างเหมือนจะราบรื่น จนกระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 15 กรกฎาคม 2567 ซึ่งเป็นวันนัดรับลูกเสือโคร่ง จู่ๆก็เหมือนว่าเหยื่อจะเริ่มรู้ตัว จึงสั่งยกเลิกรับเสือจากจังหวัดมุกดาหารไปก่อน ตัวการใหญ่ที่มีตำแหน่ง และชื่อเสียงโด่งดัง ก็เริ่มถอนตัวออกจากทีมไปแล้ว แต่ฟันเฟืองขบวนการค้าสัตว์ป่ายังคงเดินหน้าต่อ แต่มีการเปลี่ยนพิกัด ไปรับเสือจากชลบุรีมาส่งให้ทีมล่อซื้อแทน

โดยมีผู้ร่วมขบวนการคือ?
ป๋าดัน โดยทำหน้าที่ เป็นนายหน้าคนแรกที่สายสืบเราติดต่อหา ก่อนจะโยงไปหา เฮียหนุ่ม และ แม่ใหญ่ติ๊กซึ่ง 2 คนนี้เป็นสามีภรรยากัน และทำหน้าที่ หาเสือ, พ่อใหญ่ตระการ เป็นคนรับงาช้าง 2 กิ่งใหญ่มาส่ง
แต่แผนยังคงเดิม ติ๊กและตระการยังคงยืนยัน ที่จะนัดส่ง ลูกเสือโคร่ง และงาช้างกิ่งงาม แต่ดูเหมือนว่า เรื่องนี้จะไม่เข้าใครออกใคร ติ๊ก ได้โทรมากำชับกับทีมล่อซื้อ ว่า ห้ามบอกพิกัดนัดกับ ตระการ อ้างว่าเพื่อความปลอดภัย
หรือว่า ติ๊ก ตั้งใจจะไม่แบ่งเงินให้กับทีมเหรอ ?

ติ๊ก และ เฮียหนุ่ม เริ่มมีความกังวลสูงมาก พยายามที่จะโทรหาทีมล่อซื้อตลอดเวลา พร้อมแจ้งให้ทีมล่อซื้อออกไปเซอร์เวย์ หาจุดนัดรับเอง แต่กำชับว่าขอรถไปรับเสือ 6 ตัวเพียงหนึ่งคัน และ ต้องเป็นที่เปลี่ยวมืดเท่านั้น!
เริ่มมีกลิ่นตุๆ เหมือนว่า ติ๊ก เฮียหนุ่ม และ ตระการ เหมือนกำลังวางแผนจะบิดเงินกันเอง หรือเราเอง ที่กำลังโดนสับขาหลอก ณ เวลานั้นก็ยังตอบคำถามนี้ไม่ได้ ปฏิบัติการนี้นับว่าเสี่ยงไม่น้อยเลย ทีมจึงวางแผนสำรองไว้ 3 แผน อย่างไรก็ตามวันนี้ต้องช่วยเสือ และรวบตัวให้ได้ เพื่อขยายผลต่อ
โดยเวลา 19.00 น. ติ๊ก ได้โทรหาสายลับอีกครั้ง เพื่อนัดพิกัดรับลูกเสือโคร่ง และ งาช้าง ส่วน นายตระการ ที่ก่อนหน้านี้ รับหน้าที่ส่งงาช้าง กลับหายตัวไป
แต่โชคยังเข้าข้าง เพราะ แม่ใหญ่ติ๊ก และ เฮียหนุ่ม ยังอยากได้เงินจากการขายงา และ ลูกเสือ ทีมจับ จึงล็อคพิกัดจุดนัดรับไว้ที่ วงเวียนลันแต้ ตำบล เทพรักษา อำเภอ สังขะ ซึ่งพิกัดนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบโดยรอบแล้ว ว่า เป็นจุดที่รัดกุมที่สุด และ สามารถกระจายกำลังซุ่มได้ดีที่สุด

เมื่อเป้าหมายถึงจุดนัดรับ ทีมที่ทำการซุ่มก็รีบเข้าชาร์จได้ทันที โดยทีมล่อซื้อ ขับรถไปรอยังจุดนัดพบไม่นาน เวลา 19.30 น. ตรงเวลาเป๊ะ! แม่ใหญ่ติ๊ก พร้อม เฮียหนุ่ม ขับเบนซ์สีดำมาจอดเทียบ และเดินลงจากรถด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม พร้อมแจ้ง ว่าหาลูกเสือมาให้ได้แค่ 2 ตัวเท่านั้น แต่งาช้าง ได้ครบตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ ซึ่งลูกเสือ 2 ตัวนี้ ราคา 560,000 บาท
ยืนยันตัวตน ชายหญิง 2 คนนี้ คือ เฮียหนุ่ม และ แม่ใหญ่ติ๊ก ที่ติดต่อขายเสือกับสายลับจริง
ทีมพญาเสือ พร้อม ตำรวจ ตรวจสอบหลักฐาน พบเบาะโดยสารด้านหลังของรถเบนซ์ มีกระสอบวางแน่น ถูกทับด้วยฐานทองใส่งาช้าง 1 คู่ และกรงใส่เสือเล็กๆอีก 1 กรง ที่น้องเสือทั้ง 2 ตัว กำลังอยู่ในอาการตกใจ ส่งเสียงร้องขู่ตลอดเวลา เจ้าหน้าที่จึงรีบพาเสือน้อยไป สภ.ดม เพื่อให้สัตวแพทย์ตรวจร่างกาย

ส่วนเจ้าหน้าที่อีกชุด ได้แกะกระสอบที่มีอยู่หลายใบ เจองาช้างใหญ่ ขาวสง่าสมบูรณ์ 2 คู่และงาช้างไม่สมบูรณ์อีก 26 ชิ้น
ซึ่งส่วนใหญ่เป็นงาช้างเก่าแก่จากแอฟริกา ที่ไม่สามารถประเมินคุณค่าเป็นตัวเงินได้ ซึ่งคาดว่า การได้มาของงาช้างเหล่านี้ คงมีช้างกว่า 10 ตัวที่ถูกฆ่าเพื่อเอางานมาหาประโยชน์ส่วนตัวแน่นอน
ส่วนลูกเสือโคร่งทั้งสอง เป็นตัวผู้ 1 ตัว ตัวเมีย 1 ตัว อายุราว 2 – 3 เดือนเท่านั้น ยังไม่ทันได้หย่านม ก็ถูกพรากจากอกแม่เสียแล้ว ที่น่าเป็นห่วงคือ ลูกเสือทั้งสองตัวมีสุขภาพร่างกายอ่อนแรง และอิดโรยมาก อีกทั้งยังมีอาการท้องเสียเต็มกรงน้อยๆที่ถูกขังมาตลอดทาง
หลังจากสัตวแพทย์ตรวจคร่าวๆ พบว่า เสือน้อยทั้งสองตัว กำลังอยู่ในภาวะขาดน้ำอย่างรุนแรง เพราะ ทันทีที่ ป้อนนมเข้าปาก เอ็นดูมากๆ เพราะ ลูกเสือทั้ง 2 ดูดจุกนมไม่ปล่อยเลย คงหิวน่าดู

หลักฐานค่อนข้างแน่น แม่ใหญ่ติ๊ก และ เฮียหนุ่ม โดนแจ้ง 5 ข้อกล่าวหา
- “ร่วมกันมีไว้ในครอบครองซึ่งซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 17 และมาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562″
- “ร่วมกันค้าซากสัตว์ป่าคุ้มครอง โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ ตามมาตรา 29 และมาตรา 89 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2562″
- มาตรา 116 บรรดากฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 ที่ใช้บังคับอยู่ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ยังคงใช้บังคับได้ต่อไปเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ จนกว่าจะมีกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่ออกตามพระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
- “ร่วมกันค้างาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 4 ประกอบมาตรา 13 ตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558
- “ร่วมกันครอบครองงาช้างโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามมาตรา 6 ประกอบมาตรา 14 และมาตรา 16 ตามพระราชบัญญัติงาช้าง พ.ศ.2558
ตำรวจคัดค้านการประกันตัว
ขบวนการนี้ มีเท่านี้จริงหรือ? มีใครอยู่เบื้องหลังหรือไม่? ต้องสอบสวน เพื่อสาวไส้เบื้องหลังแก๊งค้าสัตว์ป่าต่อไป
คลิปอีจันแนะนำ
2 ลูกเสือโคร่ง เหยื่อคนใจร้ายค้าสัตว์ ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว
