เรียงลำดับคดี “ทิดแย้ม” จากเจ้าอาวาส สู่โทษจำคุก 50 ปี เปิดหมดเส้นเงินวัดไร่ขิง

ไทม์ไลน์คดีวัดไร่ขิงแบบครบทุกจุด ตั้งแต่จุดเริ่มร้องเรียน การตรวจสอบบัญชี เส้นเงิน 2 พันล้าน จนถึงคำพิพากษาศาล

คดี “ทิดแย้ม” หรือ นายแย้ม อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม กลายเป็นหนึ่งในคดีทุจริตเงินวัดที่ใหญ่ที่สุด หลังตรวจพบเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกันเป็นเครือข่าย มูลค่าสูงถึงระดับพันล้านบาท ก่อนจบลงด้วยคำพิพากษาจำคุก 50 ปี

จุดเริ่มต้นของคดี มาจากการมีผู้ร้องเรียนให้ตรวจสอบพฤติกรรมของอดีตเจ้าอาวาส ภายหลังพบว่า มีการยืมเงินจากเจ้าอาวาสวัดอื่นในเขตปกครอง โดยอ้างว่าเพื่อนำไปใช้ในกิจการของวัดไร่ขิง ซึ่งมีจำนวนเงินตั้งแต่หลักหมื่น ไปจนถึงสูงสุด 10 ล้านบาทต่อครั้ง รวมมูลค่าประมาณเกือบ 300 ล้านบาท

จากการตรวจสอบเพิ่มเติม เจ้าหน้าที่พบว่า ในช่วงปี 2564 ถึง 2566 มีการนำเงินของวัดไร่ขิง ทั้งจากงานประจำปี และเงินจากมูลนิธิ รวมประมาณ 100 ล้านบาท ไปฝากไว้ในบัญชีส่วนตัวของอดีตเจ้าอาวาส จำนวน 4 บัญชี และมีการโอนต่อไปยังบุคคลอื่น

เมื่อมีการตรวจสอบระบบการเงินของวัดอย่างละเอียด พบว่าในปี 2567 วัดไร่ขิงมีรายได้รวมกว่า 176 ล้านบาท หรือเฉลี่ยวันละประมาณ 400,000 บาท และเดือนละประมาณ 14.7 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากรายได้ทั้งหมด กลับพบเงินจำนวน 69 ล้านบาท ที่ไม่ถูกนำส่งเข้าระบบบัญชีของวัด โดยเงินดังกล่าวมาจากหลายส่วน ทั้งวัตถุมงคล เงินประมูลร้านค้า เงินกฐิน ค่าเช่าร้านค้า และร้านสวัสดิการ รวมถึงเงินสดบางส่วนที่ไม่ปรากฏหลักฐานทางบัญชีรับ-จ่าย

ประเด็นสำคัญอีกส่วนหนึ่ง คือการเปลี่ยนแปลงระบบการเงินของวัด ตั้งแต่ปี 2563 จากเดิมที่มีธนาคารเข้ามารับฝากเงินภายในวัด มาเป็นการนำเงินทั้งหมดไปให้อดีตเจ้าอาวาสถือเอง ซึ่งทำให้ระบบขาดความโปร่งใส และยากต่อการตรวจสอบ

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่า มีบัญชีที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด 51 บัญชี แบ่งเป็นบัญชีของอดีตเจ้าอาวาส 21 บัญชี บัญชีของ น.ส.อรัญญาวรรณ หญิงคนสนิท 12 บัญชี และบัญชีของบุคคลอื่น

โดยบัญชีของ น.ส.อรัญญาวรรณ พบว่ามีเงินหมุนเวียนสูงถึง 2,000 ล้านบาท กลายเป็นจุดสำคัญที่ทำให้เจ้าหน้าที่ขยายผลไปยังเครือข่ายการเงินขนาดใหญ่

รูปแบบการยักยอกเงินวัด ถูกสรุปออกเป็น 4 ช่องทางหลัก ได้แก่ การฝากเงินสดเข้าบัญชีอดีตเจ้าอาวาส การฝากเงินสดเข้าบัญชีหญิงคนสนิท การโอนผ่านอดีตพระมหาเอกพจน์ และการโอนผ่านนายฉัตรชัย

นอกจากนี้ ยังพบเส้นทางการเงินจากบัญชีของหญิงคนสนิท ถูกโอนไปยังเครือข่ายเว็บพนัน รวมกว่า 540 ล้านบาท

สำหรับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย จากการสอบสวนพบว่า เริ่มต้นจากการขอยืมเงินเพียง 5-6 หมื่นบาท ก่อนจะมีการติดต่อพูดคุยกันอย่างต่อเนื่อง ทั้งทางโทรศัพท์และวิดีโอคอล และมีการขอยืมเงินเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่การยักยอกเงินวัดในที่สุด

กระทั่งวันที่ 15 พ.ค. 2568 ตำรวจสอบสวนกลางได้เข้าจับกุมอดีตเจ้าอาวาส พร้อมผู้เกี่ยวข้อง ในข้อหายักยอกทรัพย์ และปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ

หลังจากนั้น เจ้าหน้าที่ได้ขยายผลเข้าตรวจค้นพื้นที่ใน 4 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย มุกดาหาร เชียงใหม่ และกำแพงเพชร พร้อมตรวจยึดทรัพย์สินที่เชื่อว่าเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด มูลค่าประมาณ 58,670,000 บาท

คดีนี้สิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 21 เม.ย. 2569 ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง มีคำพิพากษาจำคุก นายแย้ม หรือ “ทิดแย้ม” เป็นเวลา 50 ปี ในความผิดฐานร่วมกันยักยอกเงินวัด ขณะที่จำเลยร่วม รวมถึงหญิงคนสนิท ถูกพิพากษาจำคุกคนละ 8 ปี โดยศาลไม่อนุญาตให้ประกันตัว เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง

คดีนี้สะท้อนให้เห็นถึงช่องโหว่ของระบบการเงินในวัด และความสำคัญของการตรวจสอบอย่างโปร่งใส เพราะเงินศรัทธาของประชาชน เมื่อขาดการควบคุมที่เข้มงวด อาจกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทุจริตขนาดใหญ่ได้ในที่สุด


ปิดคดีสะเทือนวงการผ้าเหลือง! ศรัทธาราคา 2 พันล้าน “ทิดแย้ม” คุก 50 ปี