“คิวบา” วิกฤตหนัก! น้ำมันหมดประเทศ ไฟดับยาวกว่า 20 ชม./วัน 

วิกฤตพลังงานคิวบา ถึงขั้นสุด! น้ำมันหมดประเทศ ไฟดับยาวกว่า 20 ชม./วัน บางจังหวัดดับนานหลายวัน ระบบสาธารณสุขโกลาหล เด็กต้องหยุดเรียน หลังเผชิญมาตรการปิดกั้นจากสหรัฐฯ

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง สะเทือนหนัก 

ล่าสุด “คิวบา” วิกฤตถึงขั้นสุด เชื้อเพลิงหมดเกลี้ยง-ไฟดับทั่วเกาะ 

วันนี้ (14 พ.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ประเทศคิวบากำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายทศวรรษ หลังจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานออกมาประกาศว่า เชื้อเพลิงสำรองทั้งน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตาของประเทศได้ “หมดลงอย่างสิ้นเชิง” ส่งผลให้ระบบโครงข่ายไฟฟ้าแห่งชาติตกอยู่ในภาวะวิกฤตและประชาชนส่วนใหญ่ต้องใช้ชีวิตท่ามกลางความมืด 

Vicente de la O Levy รัฐมนตรีพลังงานของคิวบา ระบุผ่านสื่อของรัฐว่า ขณะนี้คิวบาไม่มีน้ำมันสำรองเหลืออยู่เลย ทำให้ระบบไฟฟ้าของประเทศต้องพึ่งพาเพียงน้ำมันดิบที่ผลิตได้เองในประเทศ ก๊าซธรรมชาติ และพลังงานหมุนเวียนเท่านั้น ส่งผลให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาที่มีรายงานว่า ร้อยละ 65 ของพื้นที่ทั่วประเทศเผชิญกับไฟฟ้าดับพร้อมกัน 

ในกรุงฮาวานา ประชาชนต้องทนอยู่โดยไม่มีไฟฟ้าใช้นานถึง 19-22 ชั่วโมงต่อวัน ขณะที่ในบางจังหวัดสถานการณ์ย่ำแย่กว่านั้น โดยไฟฟ้าดับต่อเนื่องยาวนานเป็นเวลาหลายวัน วิกฤตครั้งนี้ไม่เพียงแต่กระทบต่อแสงสว่าง แต่ยังลามไปถึงบริการสาธารณะอื่นๆ เช่น การเก็บขยะที่หยุดชะงักจนเกิดปัญหาสุขอนามัย ระบบสาธารณสุขที่โกลาหล และโรงเรียนที่ต้องปิดทำการ 

ด้านประธานาธิบดี Miguel Diaz-Canel ของคิวบา ได้กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของ “มาตรการปิดกั้นพลังงานที่เป็นการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” โดยสหรัฐอเมริกา มาตรการดังกล่าวเริ่มเข้มข้นขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เมื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในคำสั่งทางบริหารข่มขู่จะเก็บภาษีศุลกากรต่อประเทศใดก็ตามที่ส่งเชื้อเพลิงให้คิวบา 

มาตรการนี้ส่งผลให้ซัพพลายเออร์หลักอย่างเม็กซิโกและเวเนซุเอลาหยุดการส่งน้ำมันให้คิวบาทันที โดยนับตั้งแต่เดือนธันวาคมเป็นต้นมา มีเพียงเรือบรรทุกน้ำมันจากรัสเซียเพียงลำเดียวที่สามารถนำเชื้อเพลิงมาส่งถึงเกาะได้ในเดือนเมษายน ซึ่งช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น 

นอกจากมาตรการคว่ำบาตรแล้ว คิวบายังเผชิญกับปัจจัยลบอื่น ๆ ได้แก่: 

– โครงสร้างพื้นฐานที่ล้าหลัง: โรงไฟฟ้าพลังความร้อน 8 แห่งของประเทศมีอายุการใช้งานมากกว่า 40 ปี และเผชิญกับการชำรุดทรุดโทรมบ่อยครั้ง 

– ราคาน้ำมันโลก: ค่าขนส่งและราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นจากผลกระทบของสงครามระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล กับอิหร่าน ทำให้การจัดหาเชื้อเพลิงยากลำบากยิ่งขึ้น 

– ข้อจำกัดของพลังงานสะอาด: แม้คิวบาจะติดตั้งพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มขึ้น แต่ความไม่เสถียรของโครงข่ายไฟฟ้าเนื่องจากขาดเชื้อเพลิงหลัก ทำให้ประสิทธิภาพของพลังงานหมุนเวียนลดลง 

ทางด้านองค์การสหประชาชาติ (UN) ได้ออกมาวิจารณ์ว่ามาตรการปิดกั้นเชื้อเพลิงของสหรัฐฯ นั้น “ผิดกฎหมาย” เนื่องจากเป็นการขัดขวางสิทธิในการพัฒนา และบั่นทอนสิทธิขั้นพื้นฐานในการเข้าถึงอาหาร การศึกษา และสาธารณสุขของชาวคิวบากว่า 9.6 ล้านคน 

ในขณะนี้ รัฐบาลคิวภายังคงพยายามเจรจาเพื่อนำเข้าเชื้อเพลิงจากทุกแหล่งที่พร้อมจะจำหน่ายให้ เพื่อกอบกู้สถานการณ์ก่อนที่เกาะทั้งเกาะจะจมดิ่งสู่ความมืดมิดอย่างถาวร