เด็กชายวัย 14 ปี ปวดไข่รุนแรง พบอัณฑะบิดตัว แพทย์ต้องตัดทิ้ง
ขวัญ อีจัน
19 ธันวาคม 2566

เมื่อวันที่ 16 ธ.ค. 66 เว็บไซต์ ettoday.net ได้รายงานข่าว เด็กนักเรียนชั้นมัธยมต้น อายุ 14 ปี ที่เมืองเกาสง ประเทศจีน มีอาการปวดไข่ หรือ ลูกอัณฑะข้างซ้ายประมาณ 3 วัน ก่อนที่ความปวดนั้นจะทวีความรุนแรงขึ้นอย่างกะทันหัน และมีลักษณะบวมขึ้น พ่อของเขาจึงรีบพามาพบแพทย์ในทันที ดร.หวง เว่ยหลุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสวะ ได้ทำการตรวจอาการในเบื้องต้นพบว่าอัณฑะของเด็กชายวัย 14 ปี มีลักษณะบวม แข็ง และเป็นสีดำคล้ำ
“จากการตรวจสอบอาการของคนไข้พบว่าลูกอัณฑะซ้ายของเขาบวม และแข็ง แถมยังอยู่ในตำแหน่งที่ไม่ปกติ โดยอยู่สูงกว่าอัณฑะทางฝั่งขวา ผมถึงทำการสั่งอัลตร้าซาวน์ในทันที ผลที่ออกมามันค่อนข้างน่าตกใจ เพราะว่าเส้นเลือดภายในอัณฑะฝั่งซ้ายนั้นมีลักษณะพันกันกับท่อนำอสุจิ ส่งผลให้ไม่มีเลือดไหลเวียนเลย เมื่อปล่อยไว้นานขึ้นทำให้เนื้อเยื่อบริเวณดังกล่าวตาย ทางรักษาเดียวตอนนี้คือ ต้องตัดอัณฑะทางฝั่งซ้ายของเขาออก” ดร.หวง เว่ยหลุน แพทย์ผู้เชี่ยวชาญระบบทางเดินปัสวะ กล่าว

การผ่าตัดเอาอัณฑะทางฝั่งซ้ายของเด็กชายวัย 14 ปี ออกนั้นผ่านพ้นไปได้ด้วยดีและไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ ส่วนการเย็บแผลของอัณฑะทางฝั่งขวานั้นก็ได้มีการหลีกเลี่ยงเพื่อไม่ให้เส้นเลือดบิดงอ หรือพันกันในอนาคตได้อีก และถึงแม้จะเหลือลูกอัณฑะเพียงลูกเดียวแต่ก็ยังสามารถผลิตสเปิร์มได้ตามปกติ ก่อนหน้านี้เคยมีผลวิจัยออกมาว่าคนที่มีอัณฑะเพียงลูกเดียวนั้นจะมีผลต่อการสืบพันธุ์ แต่ในขณะที่บางผลวิจัยก็มีความเห็นแย้งว่าไม่ได้มีผลกระทบแต่อย่างใด
ดร.หวง เว่ยหลุน เตือนว่าการบิดของลูกอัณฑะถือเป็น ภาวะฉุกเฉินทางระบบทางเดินปัสสาวะ โดยมักเป็นอาการปวดลูกอัณฑะอย่างกะทันหันและรุนแรง สาเหตุหลักคือ สายน้ำอสุจิที่ส่งเลือดไปยัง ลูกอัณฑะนั้นเกิดการบิดตัว ทำให้การไหลเวียนโลหิตหยุดชะงัก หากไม่รีเซ็ตทันทีอาจทำให้เกิดเนื้อตายขาดเลือดของลูกอัณฑะได้ . ส่วนสาเหตุนั้นมักเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของโครงสร้างแต่กำเนิดของลูกอัณฑะ เช่น ความผิดปกติของปลอกลูกอัณฑะทำให้ลูกอัณฑะห้อยในแนวนอนเหมือนลูกตุ้ม บริเวณข้อต่อระหว่างสายอสุจิกับลูกอัณฑะแคบ, การบาดเจ็บ, cryptorchidism ฯลฯ

ส่วนกรณีของเด็กชายวัย 14 ปี คนนี้ เขาบอกว่าเขาไม่เคยได้รับบาดเจ็บและไม่มีประวัติ cryptotestis สันนิษฐานว่าอาจเกี่ยวข้องกับความผิดปกติของเปลือก แต่กำเนิด แต่มันก็ เป็นเรื่องยากที่จะรู้ อย่างไรก็ตาม วัยรุ่นมีแนวโน้มที่จะเป็นโรคนี้เนื่องจากมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วของลูกอัณฑะและการหดตัวของกล้ามเนื้ออัณฑะอย่างรุนแรง การบิดของลูกอัณฑะนั้น แนวทางการรักษา คือ ต้องได้รับการผ่าตัดฉุกเฉินทันที
หากทำการรักษาภายใน 6 ชั่วโมงแรกจะมีโอกาสมากกว่า 90% ที่จะไม่ต้องตัดลูกอัณฑะทิ้ง แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็มีโอกาสที่ลูกอัณฑะจะตาย หากปล่อยทิ้งไว้เกิน 24 ชั่วโมง จะมีคนไข้เพียง 20% เท่านั้นที่สามารถเก็บลูกอัณฑะไว้ได้ หากนานกว่า 2 วัน จะมีผู้ป่วยน้อยกว่า 10% ที่ยังสามารถเก็บรักษาอัณฑะของเขาไว้ได้

นอกจากนี้ อาการเลือดไม่ไปเลี้ยงอัณฑะนั้นยังเกิดขึ้นได้จากสาเหตุอื่นๆ อาทิ การบาดเจ็บที่อัณฑะ, ไส้เลื่อนที่ขาหนีบ, เนื้องอก และนิ่วในทางเดินปัสวะ ซึ่งอาการดังกล่าวจะมีลักษณะค้ลายกัน และไม่สามารถหายเองได้ หากร้ายแรงอาจทำให้เกิดอาการแทรกซ้อนอย่างอื่นได้ เช่นกัน ดร.หวง ทิ้งท้ายอีกว่า หากใครมีอาการปวดอัณฑะที่ดูผิดปกติควรรีบไปพบแพทย์ในทันที
ขอบคุณข้อมูลจาก : health.ettoday.net