อีลอน มัสก์ ขึ้นแท่น “รวยสุดในโลก” 2 ปีซ้อน สร้างประวัติศาสตร์ใหม่ 8.29 แสนล้านดอลลาร์
บวรวัฒน์ อีจัน
11 มีนาคม 2569

ข่าวนี้มีแต่ชื่อคนรวย !!!
วันนี้ (10 มี.ค. 69) นิตยสารฟอร์บส์ (Forbes) ได้เผยแพร่ รายชื่อมหาเศรษฐีโลก ประจำปีครั้งที่ 40 ซึ่งเป็นการจัดอันดับบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ ในช่วงปี 2025 ที่ผ่านมา โดยรายชื่อในปีนี้มีมหาเศรษฐี 3,428 คน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว 400 คน และนับเป็นจำนวนรายชื่อที่มากที่สุด นับตั้งแต่เริ่มจัดทำรายชื่อในปี 1987

โดยบุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในโลกทั้งหมด มีมูลค่าทรัพย์สินรวมกันสูงถึง 20.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 636.7 ล้านล้านบาท) เพิ่มขึ้นจาก 16.1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2025 ทั่วโลก และมีบุคคลถึง 20 คน ที่มีทรัพย์สินมากกว่า 12 หลัก ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงเป็นประวัติการณ์

ซึ่งอันดับ 1 ในการประกาศครั้งนี้ หนีไม่พ้น อีลอน มัสก์ ประธานและซีอีโอแห่ง SpaceX และเทสลา กลายเป็นมหาเศรษฐีผู้ร่ำรวยมากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก 2 ปีซ้อน และมากที่สุดในประวัติศาตร์ ด้วยมูลค่าทรัพย์สิน ประมาณ 839,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 26 ล้านล้านบาท) ซึ่งพุ่งสูงขึ้นถึงครึ่งล้านล้านดอลลาร์จากปีที่แล้ว เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าธุรกิจหลักอย่างเทสลาและ SpaceX ซึ่งตั้งเป้าที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในปี 2026
และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ อีลอน มัสก์ กลายเป็นคนแรกที่ถูกบันทึกไว้ว่ามีมูลค่าทรัพย์สินถึง 800,000 ล้านดอลลาร์ และกำลังก้าวไปสู่การเป็นมหาเศรษฐีคนแรกของโลก ที่มีทรัพย์สินถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์
“นี่คือปีของมหาเศรษฐี” เชส ปีเตอร์สัน-วิทธอร์น บรรณาธิการอาวุโสฝ่ายความมั่งคั่งนิตยสาร Forbes กล่าว
“ตลอด 12 เดือนที่ผ่านมา โลกมีมหาเศรษฐีเพิ่มขึ้นมากกว่า 1 คนต่อวัน เนื่องจากตลาดหุ้นที่ขับเคลื่อนด้วย AI ได้ผลักดันความมั่งคั่งให้สูงขึ้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน”

ขณะเดียวกัน แลร์รี เพจ ผู้ร่วมก่อตั้ง Google ผงาดตามมาที่อันดับ 2 ด้วยมูลค่าทรัพย์สินสุทธิประมาณ 257,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.14 ล้านล้านบาท) ตามมาด้วย เซอร์เกย์ บริน ผู้ร่วมก่อตั้ง Google อีกคน อันดับที่ 3 ด้วยมูลค่า 237,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.53 ล้านล้านบาท) เจฟฟ์ เบโซส ผู้ก่อตั้ง Amazon อยู่ในอันดับที่ 4 มูลค่า 224,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 8.06 ล้านล้านบาท) และอันดับ 5 มาร์ค ซักเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้ง Meta มูลค่า 222,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 7.99 ล้านล้านบาท)
รวยแบบไม่มีใครกล้าเทียบ แบ่งมาที่แอดมินสักนิดได้ไหม ^^
ขอบคุณข้อมูล : Forbes