วิกฤต! ญี่ปุ่นเผยบริษัทล้มละลายพุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี
วานนี้ (10 มี.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานข้อมูลจากผลสำรวจของโตเกียว โชโก รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) ระบุว่าจำนวน บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พุ่งสูงถึง 851 แห่ง (สำหรับบริษัทที่มีหนี้สินตั้งแต่ 10 ล้านเยนขึ้นไป) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

สถิติดังกล่าวนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 916 แห่ง และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3
โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงมาจากสภาวะบีบคั้นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งพบว่ามีบริษัทถึง 47 แห่งที่ระบุว่า ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุของการล้มละลาย เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่าจากปีที่แล้วที่มีเพียง 19 แห่ง
ขณะเดียวกัน ปัญหาเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น เป็นชนวนเหตุให้บริษัทอีก 69 แห่งต้องล้มละลาย ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3
นอกจากนี้ รายงานยัง ระบุว่า ยอดขายที่ซบเซา ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการล้มละลาย โดยมีถึง 625 กรณี หรือคิดเป็นร้อยละ 73.4 ที่มีรายได้ลดลงจนไม่สามารถแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นได้
อุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยภาคบริการมียอดล้มละลายสูงสุดที่ 309 แห่ง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30.9 โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหารที่มียอดล้มละลายถึง 83 แห่ง เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมก่อสร้างมียอดล้มละลายเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากความอ่อนไหวต่อต้นทุนและปัญหาการหาแรงงาน
แม้จำนวนจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดหนี้สินรวมในเดือนกุมภาพันธ์กลับลดลงร้อยละ 22.2 เหลือประมาณ 1.33 แสนล้านเยน ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการล้มละลายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับ ธุรกิจขนาดเล็กและวิสาหกิจรายย่อย โดยกว่าร้อยละ 80 ของบริษัทที่ล้มละลายมีหนี้สินต่ำกว่า 100 ล้านเยน และบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 10 คน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 90.2 ของทั้งหมด
ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากร แรงกดดันด้านค่าจ้าง และต้นทุนพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทขนาดเล็กที่ยังขาดสภาพคล่องให้ย่ำแย่ลงไปอีก
ที่มา: bernama, japantoday
