วิกฤตเศรษฐกิจญี่ปุ่น! บริษัทล้มละลายพุ่ง 851 แห่ง สูงสุดรอบ 13 ปี 

แพทตี้ อีจัน

แพทตี้ อีจัน

11 มีนาคม 2569

 วิกฤตเศรษฐกิจญี่ปุ่น! บริษัทล้มละลายพุ่ง 851 แห่ง สูงสุดรอบ 13 ปี 

วิกฤต! ญี่ปุ่นเผยบริษัทล้มละลายพุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี 

วานนี้ (10 มี.ค.69) สื่อต่างประเทศ รายงานข้อมูลจากผลสำรวจของโตเกียว โชโก รีเสิร์ช (Tokyo Shoko Research) ระบุว่าจำนวน บริษัทล้มละลายในญี่ปุ่นประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2569 พุ่งสูงถึง 851 แห่ง (สำหรับบริษัทที่มีหนี้สินตั้งแต่ 10 ล้านเยนขึ้นไป) ซึ่งเพิ่มขึ้นร้อยละ 11.3 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า 

สถิติดังกล่าวนับเป็นตัวเลขที่สูงที่สุดสำหรับเดือนกุมภาพันธ์ในรอบ 13 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ซึ่งขณะนั้นอยู่ที่ 916 แห่ง และเป็นการเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 

โดยสาเหตุสำคัญที่ทำให้ธุรกิจต้องปิดตัวลงมาจากสภาวะบีบคั้นทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งพบว่ามีบริษัทถึง 47 แห่งที่ระบุว่า ปัจจัยนี้เป็นสาเหตุของการล้มละลาย เพิ่มขึ้นกว่า 2.4 เท่าจากปีที่แล้วที่มีเพียง 19 แห่ง 

ขณะเดียวกัน ปัญหาเงินเฟ้อและราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้น เป็นชนวนเหตุให้บริษัทอีก 69 แห่งต้องล้มละลาย ซึ่งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 3 

นอกจากนี้ รายงานยัง ระบุว่า ยอดขายที่ซบเซา ยังคงเป็นสาเหตุหลักของการล้มละลาย โดยมีถึง 625 กรณี หรือคิดเป็นร้อยละ 73.4 ที่มีรายได้ลดลงจนไม่สามารถแบกรับต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้นได้ 

อุตสาหกรรมที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยภาคบริการมียอดล้มละลายสูงสุดที่ 309 แห่ง เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 30.9 โดยเฉพาะกลุ่มร้านอาหารและธุรกิจบริการอาหารที่มียอดล้มละลายถึง 83 แห่ง เพิ่มขึ้นกว่าร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อน ขณะที่ภาคการขนส่งและอุตสาหกรรมก่อสร้างมียอดล้มละลายเพิ่มขึ้นเช่นกัน เนื่องจากความอ่อนไหวต่อต้นทุนและปัญหาการหาแรงงาน 

แม้จำนวนจะเพิ่มขึ้น แต่ยอดหนี้สินรวมในเดือนกุมภาพันธ์กลับลดลงร้อยละ 22.2 เหลือประมาณ 1.33 แสนล้านเยน ข้อมูลนี้สะท้อนว่าการล้มละลายส่วนใหญ่เกิดขึ้นกับ ธุรกิจขนาดเล็กและวิสาหกิจรายย่อย โดยกว่าร้อยละ 80 ของบริษัทที่ล้มละลายมีหนี้สินต่ำกว่า 100 ล้านเยน และบริษัทที่มีพนักงานน้อยกว่า 10 คน คิดเป็นสัดส่วนถึงร้อยละ 90.2 ของทั้งหมด 

ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่า สภาพเศรษฐกิจของญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับความท้าทายเชิงโครงสร้าง ทั้งจากการเปลี่ยนแปลงทางประชากร แรงกดดันด้านค่าจ้าง และต้นทุนพลังงานที่อาจพุ่งสูงขึ้นจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งจะยิ่งซ้ำเติมสถานการณ์ทางการเงินของบริษัทขนาดเล็กที่ยังขาดสภาพคล่องให้ย่ำแย่ลงไปอีก 

ที่มา:  bernama, japantoday