“อิหร่าน” ประกาศล้างแค้นให้ “ผู้พลีชีพสงคราม” ย้ำ ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

13 มีนาคม 2569

“อิหร่าน” ประกาศล้างแค้นให้ “ผู้พลีชีพสงคราม” ย้ำ ปิด ช่องแคบฮอร์มุซ ต่อ

14 วันผ่านไปกับ สงครามตะวันออกกลาง ที่ปัจจุบันยังคงเกิดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง เมื่อ สหรัฐอเมริกา ยังคงโจมตีทางอากาศใส่อิหร่านไม่จบสิ้น เช่นเดียวกับเตหะราน ประกาศปิดตายคลังน้ำมันใหญ่ ช่องแคบฮอร์มุซ ยุทธศาสตร์สำคัญที่ตั้งอยู่อ่าวโอมาน พร้อมเสนอ 3 เงื่อนไขที่ชัดเจนหากทุกฝ่ายต้องการจะยุติสงครามลง นั้น ล่าสุดผู้นำสูงสุด ประกาศขอล้างแค้นแล้ว

(12 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โมจตาบา คาเมเนอี (Mojtaba Khamenei) ผู้นำสูงสุดแห่งอิหร่าน กล่าวยืนยันว่าจะล้างแค้นให้ผู้เสียชีวิต ที่เกิดขึ้นจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง

“การแก้แค้นนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการพลีชีพของผู้นำการปฏิวัติผู้ยิ่งใหญ่ (อาลี คาเมเนอี) เท่านั้น แต่เป็นการแก้แค้นให้กับประชาชนทุกคนที่ถูกศัตรูสังเวย” คาเมเนอี กล่าว พร้อมเตือนด้วยว่า อิหร่านจะยังคงตอบโต้ประเทศในตะวันออกกลางที่กำลังประสบกับการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างหนักจากอิหร่าน โดยระบุว่า “ปิดฐานทัพทหารสหรัฐฯ โดยเร็วที่สุด” และยืนยันว่า การปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะยังคงดำเนินต่อไป เพื่อกดดันศัตรู

การกล่าวถ้อยคำดังกล่าว ถือเป็นแถลงการณ์อย่างเป็นทางการครั้งแรกของ โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ นับตั้งแต่การลอบสังหารเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายคน รวมถึงอดีตผู้นำสูงสุด อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี โดยการโจมตีทางอากาศจากสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อ 28 ก.พ. 69

นอกจากนี้ โมจตาบา ได้กล่าวถึงเหตุการณ์ที่โรงเรียนประถมมินาบ ทางตอนใต้ของอิหร่าน ซึ่งมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 175 คนเนื่องจากการยิงผิดพลาดของกองทัพสหรัฐฯ โดยเรียกว่า “อาชญากรรมที่ศัตรูจงใจก่อขึ้น” และกล่าวว่า “เราจะตอบโต้ด้วยความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อลูกหลานและเหลนของเรา จนถึงตอนนี้ การแก้แค้นปรากฏออกมาเพียงบางส่วน แต่ในไม่ช้าก็จะเกิดขึ้นอย่างสมบูรณ์”

ส่วนเกี่ยวกับการเจรจาในอนาคตกับสหรัฐฯ และอิสราเอล โมจตาบา กล่าวว่า “ไม่ว่าในกรณีใด เราจะเรียกร้องค่าชดเชยจากศัตรู หากศัตรูปฏิเสธค่าชดเชย เราจะยึดทรัพย์สินของพวกเขาตามที่เราเห็นสมควร และหากเป็นไปไม่ได้ เราจะทำลายทรัพย์สินในปริมาณที่เทียบเท่ากัน”

ทั้งนี้ ประเทศอิหร่าน ได้ประกาศจุดยืนที่จะโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในประเทศแถบตะวันออกกลางต่อไป โมจตาบา กล่าวว่า “เราได้รักษาความสัมพันธ์อันอบอุ่นและสร้างสรรค์กับทุกประเทศในภูมิภาคนี้ และตั้งใจที่จะทำเช่นนั้นต่อไป” และเสริมว่า “อย่างไรก็ตาม ศัตรูได้จัดตั้งฐานทัพในบางประเทศเพื่อครอบงำภูมิภาคนี้มาเป็นเวลานานแล้ว”

“ดังที่เราได้เตือนไว้อย่างชัดเจนแล้ว เราโจมตีเฉพาะฐานทัพ (ของสหรัฐฯ) โดยไม่ได้โจมตีประเทศเหล่านั้น น่าเสียดายที่เราจะยังคงทำเช่นนั้นต่อไปในอนาคต เราขอแนะนำให้ปิดฐานทัพเหล่านี้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากตอนนี้คุณคงตระหนักแล้วว่าความมั่นคง และสันติภาพที่สหรัฐฯ กล่าวอ้างนั้นเป็นเพียงเรื่องโกหก” โมจตาบา กล่าว

โมจตาบา กล่าวว่า “ต้องใช้ประโยชน์จากการปิดช่องแคบฮอร์มุซ”ราได้ศึกษาหาวิธีโจมตีแนวรบอื่นๆ ที่ศัตรูยังไม่มีประสบการณ์และอ่อนแออย่างยิ่ง และจะยังคงจัดตั้งแนวรบอื่นๆ ต่อไป” พร้อมย้ำถึงความสามัคคีในด้านสังคม การเมือง การศึกษา วัฒนธรรม และความมั่นคงของประชาชนชาวอิหร่านว่า “การเอาชนะศัตรูควรเป็นความห่วงใยของทุกคน”

ขอบคุณข้อมูล : The Chosun Daily