อิหร่าน ขู่ปิดตาย “ฮอร์มุซ” หากสหรัฐฯ ถล่มโรงไฟฟ้า ตามคำพูด “ทรัมป์”
บวรวัฒน์ อีจัน
23 มีนาคม 2569

เข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 ต่อความระอุใน สงครามตะวันออกกลาง ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดอยู่ในความตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา-อิหร่าน ที่ต่างฝ่ายต่างขู่โจมตีฐานสำคัญครั้งใหญ่ โดยมีเงื่อนไขสำคัญในการ เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ยุทธศาสตร์สำคัญด้านการขนส่งน้ำมันดิบโลก ล่าสุด กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน พร้อมปิดตายช่องแคบนี้ หาก สหรัฐอเมริกา ทำตามคำพูด “ทรัมป์”
วันนี้ (23 มี.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามแห่งอิหร่าน (IRGC) ออกแถลงการณ์ว่า เตรียมปิดตาย ช่องแคบฮอร์มุซ แหล่งขนส่งน้ำมันดิบสำคัญของโลกอย่างถาวร หากสหรัฐอเมริกา มีการโจมตีโครงข่ายพลังงานของประเทศ ตามคำกล่าวของ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พร้อมย้ำว่า จะไม่เปิดจนกว่าโรงไฟฟ้าของอิหร่านจะได้รับการสร้างใหม่

คำเตือนดังกล่าว เกิดขึ้นภายหลัง โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ข้อความผ่าน Truth Social ขู่จะทำลายโรงไฟฟ้าของอิหร่านภายใน 48 ชั่วโมง หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่การโจมตีของอิหร่าน เมื่อ 28 กุมภาพันธ์ 2569
“หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างเต็มที่ โดยปราศจากการข่มขู่ ภายใน 48 ชั่วโมงนับจากนี้ สหรัฐอเมริกาจะโจมตีและทำลายโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ของพวกเขา โดยเริ่มจากโรงไฟฟ้าที่ใหญ่ที่สุดก่อน!” ทรัมป์ โพสต์ผ่าน Truth Social

ขณะเดียวกัน โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลีบาฟ ประธานรัฐสภาแห่งอิหร่าน โพสต์ผ่าน X ระบุว่า หลังจากการโจมตีโรงไฟฟ้าของอิหร่าน “โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญด้านพลังงาน และสิ่งอำนวยความสะดวกด้านน้ำมัน” ทั่วทั้งภูมิภาคจะถูกทำลายอย่างถาวร
“ทันทีที่โรงไฟฟ้า และโครงสร้างพื้นฐานในประเทศของเราถูกโจมตี โครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญและโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและน้ำมันทั่วทั้งภูมิภาค จะถูกพิจารณาว่าเป็นเป้าหมายที่ถูกต้องตามกฎหมายและถูกทำลายอย่างถาวร และราคาน้ำมันจะสูงขึ้นเป็นเวลานาน และสิ่งที่คุณโยนในมือขวาของคุณ จะเป็นสิ่งที่คุณสร้างขึ้นมาเอง”

ก่อนหน้านี้ อิหร่าน เคยประกาศขู่ว่าจะโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของประเทศในอ่าวเปอร์เซีย หากสิ่งอำนวยความสะดวกของตนเองถูกโจมตี ซึ่งมีความเชื่อมโยงกับกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิหร่าน (IRGC) ยังได้เผยแพร่รายชื่อบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ในอิสราเอลและประเทศในอ่าวเปอร์เซีย ที่ระบุว่าจะเป็นเป้าหมาย หากเกิดสงครามโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงสำนักงานของ Google, Microsoft, Palantir, IBM, Nvidia และ Oracle ด้วย
ขอบคุณข้อมูล : TIME