“รีชี ซูนัก” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร คนที่ 57

โอ๋ อีจัน

โอ๋ อีจัน

25 ตุลาคม 2565

“รีชี ซูนัก” ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร คนที่ 57

สำนักงานข่าวซินหัวรายงาน เมื่อวันจันทร์ (24 ต.ค.) ริชี ซูนัก อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหราชอาณาจักร สามารถคว้าตำแหน่งหัวหน้าพรรคคอนเซอร์เวทีฟ และจะขึ้นรับตำแหน่งแทนที่ ลิซ ทรัสส์ ในฐานะนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของประเทศอังกฤษ

โดย “ริชี ซูนัก” เป็นผู้สมัครชิงตำแหน่งเพียงคนเดียวที่ได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภานิติบัญญัติถึง 100 คน ก่อนเส้นตาย 14.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้เข้ากลายเป็นผู้ชนะโดยอัตโนมัติ ขณะเพนนี มอร์เดินท์ ผู้สมัครชิงตำแหน่งอีกคนและประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่สามารถรวบรวมคะแนนเสียงเพียงพอด้านบอริส จอห์นสัน อดีตนายกรัฐมนตรี ถอนตัวออกจากแข่งขันช่วงคืนวันอาทิตย์ ( 23 ต.ค.) แม้อ้างว่าตนมีเสียงสนับสนุนจากสมาชิกสภานิติบัญญัติของพรรคคอนเซอร์เวทีฟ 102 คน

ด้าน จอห์นสันกล่าวว่าขณะนี้ “ไม่ใช่เวลาเหมาะสม” ที่จะแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ เพราะ “ผู้ชนะจะไม่สามารถบริหารประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากไม่มีพรรคที่สามัคคีกันในรัฐสภา” อนึ่ง การแข่งขันดังกล่าวเริ่มขึ้นหลังทรัสส์ประกาศลาออกในวันพฤหัสบดี (20 ต.ค.) หลังจากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงหกสัปดาห์กว่า โดยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัสส์ที่เรียกว่า “งบประมาณแผ่นดินฉบับย่อ” (mini-budget) ถูกกล่าวหาว่าก่อให้เกิดความวุ่นวายทางเศรษฐกิจและทำให้พรรคคอนเซอร์เวทีฟเสียคะแนนนิยม

ขณะที่ก่อนหน้านี้ซูนักพ่ายแพ้ให้กับทรัสส์ในการแข่งขันชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ ครั้งแรกของเขา ซึ่งเกิดขึ้นหลังการลาออกของจอห์นสันเนื่องด้วยประเด็นข่าวอื้อฉาว โดยซูนัก วัย 42 ปี ถือเป็นบุคคลเชื้อสายอินเดียคนแรกที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีของสหราชอาณาจักร ซูนักต้องรับผิดชอบจัดการเศรษฐกิจที่ใกล้เข้าสู่ภาวะถดถอย เนื่องด้วยปัญหาจากวิกฤตพลังงาน วิกฤตค่าครองชีพ และภาวะเงินเฟ้อแบบคุมไม่อยู่ที่ไม่อาจแก้ไขได้โดยง่าย

ทั้งนี้รายงานระบุว่าวิธีแก้ปัญหาด้วยการกู้ยืมเงินเพื่อลดภาษีของทรัสส์ประสบความล้มเหลวในการพลิกสถานการณ์เศรษฐกิจ โดยกลยุทธ์เศรษฐกิจดังกล่าวทำให้ค่าเงินปอนด์ของสหราชอาณาจักรเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ดิ่งลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบ 37 ปี พร้อมผลักดันต้นทุนการกู้ยืมของรัฐบาลและอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อบ้านให้สูงพุ่งพรวดอีกด้วย

โดย ซูนัก แถลงข่าวครั้งแรกในฐานะหัวหน้าพรรคคอนเวอร์เซทีฟว่าสหราชอาณาจักรกำลังเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจระดับรุนแรงอย่างไม่ต้องสงสัย และขณะนี้ประเทศต้องการเสถียรภาพและความสามัคคี ซึ่งเขาจะให้ความสำคัญสูงสุดในการรวมพรรคฯ และประเทศเป็นหนึ่งเดียวกัน โดยด้านพรรคฝ่ายค้าน ซึ่งรวมถึงพรรคแรงงาน พรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) และพรรคชาติสกอต (SNP) ต่างรีบเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งทั่วไปอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่าประชาชนในประเทศควรได้เลือกผู้นำประเทศ แทนที่จะเป็นเพียงการตัดสินใจโดยสมาชิกพรรคคอนเซอร์เวทีฟ

ขณะที่ ซูนัก จะเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแทนลิซ ทรัสส์ ที่ประกาศลาออกเมื่อวันที่ 20 ต.ค. หลังดำรงตำแหน่งได้เพียงไม่ถึง 2 เดือน แต่โฆษกของทรัสส์ บอกว่า การถ่ายโอนอำนาจจะยังไม่เกิดขึ้นในวันนี้ (24 ต.ค.)  โดย ซูนัก แถลงในฐานะหัวหน้าพรรคอนุรักษนิยมครั้งแรกที่สำนักงานของพรรคในกรุงลอนดอน โดยกล่าวยกย่องทรัสส์สำหรับความเป็นผู้นำภายใต้สถานการณ์ที่ยากลำบากทั้งในประเทศและต่างประเทศ


นอกจากนี้ ยังระบุว่า สหราชอาณาจักรเป็นประเทศที่ยิ่งใหญ่ แต่ต้องเผชิญความท้าทายทางเศรษฐกิจครั้งรุนแรง พร้อมกับเรียกร้องให้เกิดเสถียรภาพและเอกภาพภายในประเทศ และให้คำมั่นว่าจะรับใช้ประชาชนด้วยความซื่อสัตย์และความนอบน้อม รวมทั้งจะทำงานอย่างไม่หยุดหย่อนเพื่อรับใช้ประชาชนชาวอังกฤษ

เมื่อซูนักดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนที่ 57 จะต้องเผชิญความท้าทายในการสร้างเสถียรภาพ หลังจากอังกฤษประสบกับความยุ่งเหยิงทางการเมือง และความผันผวนของตลาดเงินครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งยังต้องบริหารเศรษฐกิจให้หลุดพ้นจากภาวะถดถอย ก่อนหน้านี้ ในการเลือกตั้งหัวหน้าพรรคช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย. ซูนักหาเสียงโดยชูนโยบายช่วยเหลือครัวเรือนต่อสู้กับค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น และสัญญาว่าจะลดภาษีเมื่อเงินเฟ้อลดลง

อีกทั้งมีการคาดการณ์ว่าซูนักว่าจะเข้าเฝ้าพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในพระราชวังบัคกิงแฮม ซึ่งเขาจะได้รับเชิญให้จัดตั้งรัฐบาลใหม่ แม้กำหนดการเข้าเฝ้ายังไม่เป็นที่ทราบแน่ชัด ขณะโฆษกของทรัสส์กล่าวว่ายังไม่มีการส่งมอบตำแหน่งนากยกรัฐมนตรีให้ซูนักในวันจันทร์ (24 ต.ค.) ที่ผ่านมา

คลิปแนะนำอีจัน
น้ำท่วมปีนี้ยาวไปจนถึงปีหน้า