สาวปรี๊ดแตก ต้องใส่ชุดแต่งงานต่อดารา AV

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

30 กรกฎาคม 2568

สาวปรี๊ดแตก ต้องใส่ชุดแต่งงานต่อดารา AV

การต้องสวมใส่ชุดแต่งงานเช่าต่อจากคนอื่น ถือเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อคนเช่าล่าสุดเป็น “อดีตนักแสดง AV” คุณจะรู้สึกอย่างไร ?

(27 ก.ค. 68) สื่อต่างประเทศ เปิดเผยเรื่องราวสุดงุนงง ที่เกิดขึ้นกับอดีตนักแสดงหนังผู้ใหญ่ชื่อดังของญี่ปุ่น ที่ตกเป็นประเด็นในโลกออนไลน์ หลังเธอสวมชุดเจ้าสาวปรากฏตัวในกิจกรรม ก่อนจะถูกหญิงแสดงความไม่พอใจที่ถูกทำลายความฝัน โดยอ้างว่า “ฉันตั้งใจจะสวมชุดนี้ แต่ถ้ารู้ว่าต้องใส่ต่อจากดารา AV ฉันคงไม่เลือกแต่แรก”

รายงานระบุว่า ยูอะ มิคามิ (Yua Mikami) อดีตนักแสดงหนังผู้ใหญ่ชื่อดัง (AV) ได้ปรากฏตัวฐานะแขกรับเชิญ ภายในงานการแข่งขันเรือในจังหวัดยามางุจิ พร้อมสวมชุดแต่งงานดีไซน์สะดุดตา กระทั่งในเวลาต่อมา เกิดข้อความปริศนาในแพลตฟอร์ม X จากหญิงสาวที่อ้างว่ามีอายุกว่า 20 ปี ซึ่งผ่านการแต่งงานแล้ว และมีแผนจะใช้ชุดแบบเดียวกับมิคามิเพื่อถ่ายภาพพรีเวดดิ้ง ได้โพสต์ข้อความวิพากษ์วิจารณ์ต่อการที่ชุดนี้ถูกใส่โดย “อดีตนักแสดง AV” ว่าเป็นการทำลายความฝันของเธอ และถ้าหากรู้ล่วงหน้าว่าชุดนี้จะถูกให้กับนักแสดง AV ใส่ ฉันคงไม่เซ็นสัญญาเช่าชุดนี้เลย

“ชุดที่ฉันวางแผนจะใส่สำหรับถ่ายภาพในญี่ปุ่น ถูกใส่โดยนักแสดงหนังผู้ใหญ่ในงานอีเวนต์ มันแย่มาก ฉันลงทุนซื้อรองเท้าและเครื่องประดับไว้แล้ว วางคอนเซ็ปต์ไว้เรียบร้อย ถ้ารู้มาก่อน ฉันคงไม่เลือกชุดนี้เลย” 

ภายหลังโพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ก็ได้รับกระแสสนใจอย่างล้นหลาม โดยมียอดเข้าชมทะลุ 120 ล้านครั้ง มีซึ่งความคิดเห็นแตกออกเป็น 2 ฝั่ง ฝ่ายหนึ่งเห็นใจผู้โพสต์ โดยมองว่าชุดแต่งงานควรมีภาพลักษณ์บริสุทธิ์ และรู้สึกว่าการที่คนในวงการ AV ใส่ทำให้ภาพลักษณ์ของชุดถูกลดทอน ขณะที่อีกฝ่ายออกมาปกป้องมิคามิ โดยชี้ว่าเธอมีสิทธิ์สวมใส่เสื้อผ้าอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ และเธอก็เลิกทำงานในวงการหนังผู้ใหญ่แล้ว 

ขณะเดียวกัน มีเสียงวิจารณ์ถึงเจตนาของมิคามิ โดยมองว่าการเลือกชุดเจ้าสาว เกิดขึ้นจากความตั้งใจ เนื่องจากธีม “เจ้าสาว” มักถูกใช้ในสื่อ AV เพื่อกระตุ้นจินตนาการทางเพศ ซึ่งมิคามิเองที่มีประสบการณ์ในวงการมายาวนาน ย่อมรู้ดีถึงกระแสตอบรับของภาพลักษณ์เช่นนี้ 

อย่างไรก็ตาม ยังคงไม่มีการยืนยันว่า มิคามิได้รับการสนับสนุนชุดจากแบรนด์ดังกล่าวหรือไม่ หรือเธอซื้อหรือเช่าด้วยตนเอง หากเป็นกรณีหลัง แบรนด์อาจไม่สามารถควบคุมได้ว่าชุดจะไปอยู่ในมือของใคร

ชุดแต่งงานเป็นของนอกกาย แต่เป็นความทรงจำทางใจ ลูกเพจคิดเห็นอย่างไรกับเคสนี้คะ ?

ขอบคุณข้อมูล : TOKYOKINKY