เคสนี้อันตรายมากค่ะ เเต่เรื่องนี้เกิดที่จีนไม่ใช่ที่ไทย เเต่ถือว่าสอนเราได้ดีเลย
เมื่อวันที่ 18 พ.ค.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศของจีน ได้ออกมาเเชร์เรื่องราวที่เรียกว่าเป็นเคสเตือนภัยได้ดี เมื่อศัลยแพทย์ชาวจีนมีความเครียดในการทำงานและการทานอาหารที่ไม่ดีทำให้น้ำหนัก 150 กิโลกรัม จนเรื่องนี้กลายเป็นไวรัลดัง

เรื่องราวก็เริ่มตั้งเเต่ แพทย์ชาวเซี่ยงไฮ้คนหนึ่งน้ำหนักตัว 150 กิโลกรัม จนน่าอึ้งทำชาวเน็ตถามติดตลกว่าไปทำอะไรมาทำไมถึงอ้วนขนาดนี้?
ซึ่งคนที่เป็นประเด็นดังกล่าว คือ ศัลยแพทย์ทรวงอกชื่อ เซียง รุ่ยหลง เกิดในปี 1980 ทำงานอยู่ที่โรงพยาบาลการแพทย์แผนจีนและการแพทย์แผนตะวันตกแบบบูรณาการเซี่ยงไฮ้เยว่หยาง เขาสูง 184 เมตร และหนัก 150 กิโลกรัม


เขาเล่าว่าเขาหนักประมาณ 110 กิโลกรัมเมื่อเริ่มทำงานเป็นแพทย์ประจำบ้านเมื่อกว่า 10 ปีที่แล้ว เเต่เขาอ้วนขึ้นในไม่กี่ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากความเครียดสูงจากงาน เขาย้ำว่าเวลาผมยืนอยู่ข้างโต๊ะผ่าตัด ผมรู้สึกว่าตัวเองกินพื้นที่มาก ถ้าผมยืนนานๆ เอวผมจะปวดมาก
ซึ่งตัวเขาเองก็พยายามลดน้ำหนัก แต่ทุกครั้งที่ลดได้ น้ำหนักก็จะกลับมาเพิ่มขึ้นอีก บางครั้งอาจมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ
ซึ่งคุณหมอรู้สึกเสียใจกับสถานการณ์นี้และอธิบายปัญหาของเขาว่าเป็นโรคอ้วนที่เกิดจากความเครียด เเละที่เขาเป็นเเบบนี้ก็เพราะว่าต้องผ่าตัดหลายครั้งต่อวัน และกินอะไรก็ได้ที่หาได้ในช่วงนั้น ยิ่งถ้าเมื่อไรที่ยุ่งและเหนื่อยก็จะน้ำหนักขึ้น ซึ่งจริงๆเเล้วเขามีความรู้เรื่องสุขภาพทุกอย่าง แต่ทำตามคำแนะนำเหล่านั้นไม่ได้ เเต่ในขณะเดียวกันเขาต้องการลดน้ำหนัก 50 กิโลกรัมภายในหนึ่งปี เเละเขาค่อนข้างมีความหวังในครั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเพิ่งเข้าร่วมค่ายฝึกอบรมลดน้ำหนักที่จัดโดยศูนย์ต่อมไร้ท่อและการจัดการน้ำหนักของโรงพยาบาล รายงานโภชนาการและโรคเรื้อรังของชาวจีนที่ออกโดยคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติในปี 2024 แสดงให้เห็นว่า 51 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใหญ่ในประเทศมีน้ำหนักเกิน ซึ่งเป็นภาวะที่กำหนดโดยดัชนีมวลกาย (BMI) ที่มากกว่า 24

สุดท้าย เหยา เจิ้ง รองผู้อำนวยการโรงพยาบาล เผยว่า แพทย์ก็เป็นเพียงคนธรรมดาที่ต้องรับมือกับความเครียดจากการทำงาน
พวกเขามีตารางงานที่ยุ่งมาก ตั้งแต่การผ่าตัดไปจนถึงการให้คำปรึกษาเเละมักไม่มีเวลาพักผ่อนหรือออกกำลังกาย นี่เป็นพฤติกรรมที่ไม่ดีต่อสุขภาพ
เเล้วลูกเพจคิดเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรบ้างคะ?
