สื่อนอกตีข่าวเหตุปะทะชายเเดนไทย-เขมร ชี้ พุ่งเป้าทำลายเเหล่งเเก๊งคอลฯข้ามชาติ
พอลลี่ อีจัน
17 ธันวาคม 2568

เครือข่ายหลอกลวงกลายเป็นเป้าหมายในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา
เมื่อวันที่ 15 ธ.ค.68 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ ได้ออกมาเผยแพร่ข่าวโดยใช้พาดหัวข่าวว่า “กลุ่มมิจฉาชีพกลายเป็นเป้าหมายในสงครามชายแดนไทย-กัมพูชา” (Scam compounds become targets in Thai-Cambodian border war) ระบุว่า ในการปะทะกันอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านกองทัพไทยได้โจมตีเเหล่งกบดาน อย่างเช่น คาสิโนและโรงแรมหลายแห่งในกัมพูชา ซึ่งถูกใช้เป็นสถานที่ดำเนินการหลอกลวงทางไซเบอร์ข้ามชาติ


การโจมตีสถานที่เหล่านี้ถือเป็นการปะทะกันของ 2 วิกฤตที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปีนี้ ได้แก่ การขยายตัวของเครือข่ายหลอกลวงข้ามชาติทั่วภูมิภาค และการปะทุขึ้นอีกครั้งของความขัดแย้งชายแดนระหว่างไทยและกัมพูชาที่มีมานานกว่าศตวรรษ
ทำให้อาคารหลายแห่งถูกกองทัพไทยโจมตีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาเคยถูกระบุโดยรัฐบาลสหรัฐฐฯและกลุ่มสิทธิมนุษยชนว่ากักขังแรงงานต่างด้าวจำนวนมากที่ถูกบังคับให้หลอกลวงชาวอเมริกันและชาวต่างชาติอื่นๆ
ซึ่งต้องบอกว่าการโจมตีของไทยเป็นส่วนหนึ่งของการปะทะกันบริเวณชายแดนที่ดำเนินต่อไปที่เป็นระยะเวลาหลายวัน ซึ่งการปะทะยังคงดำเนินต่อไป แม้ว่าประธานาธิบดีทรัมป์จะแถลงว่าทั้งสองประเทศตกลงที่จะกลับไปสู่ข้อตกลงหยุดยิงที่ยุติการสู้รบในรอบก่อนหน้านี้เมื่อเดือนกรกฎาคม 68 ที่ผ่านมา

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ไทยและกัมพูชา รายงานว่า มีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 17 คน ในเหตุปะทะครั้งนี้ โดย 11 คนอยู่ในกัมพูชา และ 6 คนอยู่ในประเทศไทย และประชาชนกว่า 500,000 คนต้องอพยพออกจากบ้านเรือน
จากภาพและแถลงการณ์ที่กองทัพไทยเผยแพร่เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา กองกำลังไทยใช้เครื่องบินรบ F-16 ปืนใหญ่ และโดรนโจมตีอย่างน้อย 6 คอมเพล็กซ์คาสิโนและโรงแรมทางฝั่งกัมพูชา กองทัพไทย เผยว่า สถานที่เป้าหมายเหล่านั้นเคยใช้เป็นแหล่งหลอกลวงข้ามชาติแต่ถูกทิ้งร้างและกองทัพกัมพูชาเข้ายึดครองเพื่อใช้เป็นฐานสำหรับโดรน ปืนใหญ่ และอาวุธอื่นๆ ในขณะเดียวกัน กระทรวงสารสนเทศของกัมพูชา แถลงเมื่อไม่นานมานี้ว่า อาคารเหล่านั้นเคยเป็นโรงแรมและคาสิโน และไม่ได้ใช้เพื่อวัตถุประสงค์ทางทหาร “เป็นโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับศูนย์กลางการหลอกลวง”
ซึ่งกระทรวงฯ เผยว่า มีผู้เสียชีวิต 3 ราย และบาดเจ็บ 3 ราย ในเมืองโอสมัช ซึ่งเป็นที่ตั้งของคาสิโนและโรงแรมสองแห่งที่กองกำลังไทยโจมตี ทำให้นักท่องเที่ยวและพลเรือนอื่นๆ ได้ถูกอพยพออกไปแล้วก่อนที่การโจมตีจะเกิดขึ้น โดยส่วนใหญ่เป็นเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ยังคงอยู่ ส่วนด้านของสถานเอกอัครราชทูตจีนในกัมพูชาออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน โดยระบุว่ากำลังหาข้อมูลว่ามีพลเมืองจีนได้รับบาดเจ็บระหว่างการโจมตีคาสิโนในโอสมัชหรือไม่ สถานเอกอัครราชทูตไม่ได้ตอบในส่วนนี้
ต่อมาหน่วยงานของสหประชาชาติประเมินในปีก่อนหน้านี้ ว่ามีผู้คนประมาณ 100,000 คนถูกค้ามนุษย์เข้าสู่กัมพูชาและถูกบังคับให้ทำงานในโรงงานที่ผิดกฎหมาย กลุ่มสิทธิมนุษยชนและนักวิจัยด้านการค้ามนุษย์ประเมินว่าจำนวนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 150,000 คน หลายคนที่ถูกค้ามนุษย์ไปยังกัมพูชามีต้นกำเนิดมาจากจีนและประเทศในเอเชียใต้ พวกเขาถูกบังคับให้ทำงานหลอกลวงทางออนไลน์โดยมีเป้าหมายเป็นชาวต่างชาติ รวมถึงชาวอเมริกัน ซึ่งมักถูกแบล็กเมล์หรือถูกหลอกให้ลงทุนปลอม
ในบรรดาคาสิโนและโรงแรมที่กองทัพไทยทิ้งระเบิดนั้น มีรีสอร์ทโอสมัครวมอยู่ด้วย ซึ่งกระทรวงการคลังสหรัฐฯ ได้คว่ำบาตรในเดือนกันยายน 2567 เนื่องจาก “มีบทบาทในการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติต่อแรงงานที่ถูกค้ามนุษย์ซึ่งถูกบังคับใช้แรงงานในศูนย์หลอกลวงทางออนไลน์” เเละในขณะนั้นว่ารีสอร์ทดังกล่าวเป็นของนายลี ยง พัท สมาชิกวุฒิสภาและนักธุรกิจชาวกัมพูชา และได้กำหนดมาตรการคว่ำบาตร ห้ามเดินทาง และอายัดทรัพย์สินของนายลี ยง พัท
ลี ยง พัท ซึ่งไม่สามารถติดต่อได้ ยังไม่ได้ออกมาพูดอะไรต่่อสาธารณะเกี่ยวกับการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ กระทรวงการต่างประเทศกัมพูชา เผยว่า การคว่ำบาตรดังกล่าวมีแรงจูงใจทางการเมืองและอิงตามรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการบังคับใช้แรงงาน
อีกหนึ่งโรงแรมและกาสิโนที่ตกเป็นเป้าหมายของกองทัพไทยตั้งอยู่ในเมืองทมอดา จังหวัดโพธิสัตว์ ประเทศกัมพูชา ในการประกาศมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เมื่อเดือนกันยายนปีนี้ สหรัฐฯ ระบุว่าสถานที่ดังกล่าวถูกใช้เพื่อการหลอกลวงเกี่ยวกับสกุลเงินดิจิทัล และมีความเชื่อมโยงกับนักธุรกิจชาวกัมพูชาอีกคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้มาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ เช่นกัน
ตอนนี้ทั้งการหลอกลวงเเละสงครามกำลังปั่นป่วนอย่างหนักเลยค่ะ เเล้วสถานการณ์เองก็ไม่ได้ดีขึ้นอะไรเลย ยังคงต้องติดตามสถานการณ์กันต่อเนื่องนะคะ
ที่มา: สื่อต่างประเทศ The Wall Street Journal