อินโดนีเซีย ปิ๊งไอเดีย เก็บค่าผ่าน “ช่องแคบมะละกา” อ้าง ได้แนวคิดจากอิหร่าน
บวรวัฒน์ อีจัน
16 ชั่วโมงก่อนหน้า

(22 เม.ย. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ปูร์บายา ยูดี ซาเดวา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังแห่งอินโดนีเซีย กล่าวในการประชุมสัมมนาด้านการเงินว่า แม้ อินโดนีเซีย ตั้งอยู่บนเส้นทางการค้าและพลังงานระดับโลกอย่าง ช่องแคบมะละกา แต่การเปลี่ยนเส้นทางดังกล่าวให้เป็นแหล่งรายได้ “ไม่ใช่เรื่องง่าย และอาจไม่เหมาะสม”
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่เขาเคยเสนอแนวคิดสั้น ๆ ว่า อินโดนีเซียอาจศึกษาแนวทางของอิหร่าน ที่มีการพูดถึงการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ท่ามกลางสงครามตะวันออกกลาง

อย่างไรก็ตาม ซาเดวา ได้รีบถอนคำพูดดังกล่าว พร้อมย้ำว่า อินโดนีเซีย ไม่มีแผนจะดำเนินการดังกล่าวจริง เนื่องจากติดข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งกฎหมายระหว่างประเทศ ภูมิรัฐศาสตร์ และการต้องประสานกับประเทศชายฝั่งอื่น พร้อมย้ำว่า หากจะมีการเก็บค่าธรรมเนียมจริง จำเป็นต้องหารือร่วมกับ มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประเทศที่มีอาณาเขตติดกับช่องแคบมะละกา โดยกล่าวติดตลกว่า “ถ้าแบ่งรายได้กัน 3 ประเทศเท่า ๆ กันก็คงดี”
ขณะเดียวกัน ฝ่ายบริหารจัดการท่าเรือในต่างประเทศแห่งสิงคโปร์ ได้ออกแถลงการณ์ย้ำว่า ความปลอดภัย และประสิทธิภาพของเส้นทางเดินเรือในช่องแคบมะละกาและสิงคโปร์ ขึ้นอยู่กับความร่วมมือระหว่าง อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึง ดร. วิเวียน บาลากริชนาน (Vivian Balakrishnan) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสิงคโปร์ กล่าวย้ำในงานสัมมนาว่า ทั้ง 3 ประเทศมีผลประโยชน์ร่วมกันในการรักษาเส้นทางเดินเรือให้ “เปิดและเสรี”
“สิทธิในการสัญจรผ่านแดนเป็นสิ่งที่รับประกันสำหรับทุกประเทศ เราจะไม่สนับสนุนความพยายามใด ๆ ที่จะปิดกั้น ขัดขวาง หรือเรียกเก็บค่าผ่านทางในพื้นที่นี้” ดร. วิเวียน กล่าว

ทั้งนี้ ช่องแคบมะละกา ถือเป็นหนึ่งในเส้นทางเดินเรือที่สำคัญที่สุดของโลก เชื่อมเอเชียกับตะวันออกกลางและยุโรป และรองรับการค้าทางทะเลประมาณหนึ่งในสี่ของโลก โดยยึดหลัก “เสรีภาพในการเดินเรือ” ตามกฎหมายระหว่างประเทศมาอย่างยาวนาน และมีความยาวราว 900 กิโลเมตร
ขอบคุณข้อมูล : The Straits Times