Gen Z เปรู ลุยประท้วงรัฐบาล ต้านแผนปฏิรูปบำนาญ
บวรวัฒน์ อีจัน
29 กันยายน 2568

เหตุการณ์ความวุ่นวายบนโลกยังไม่จบสิ้น แม้กระแสประท้วงของกลุ่มวัยรุ่น Gen Z ประเทศเนปาล จะดูสงบลงแต่กลับต้องแลกมาด้วยความสูญเสียทั้งชีวิตผู้คน และทรัพย์สินอันล้ำค่า ล่าสุด ประเทศเปรู ได้เกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันแล้ว
(29 ก.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวันที่ 27 กันยายน กลุ่มวัยรุ่น Gen Z กว่าหลายพันคนในกรุงลิมา เมืองหลวงของเปรู ได้ลงถนนตะโกนคำขวัญและประท้วงประธานาธิบดี ดีนา โบลัวร์เต (Dina Boluarte) เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบกรณีการปฏิรูปบำนาญ และปัญหาคอร์รัปชั่น

การชุมนุมครั้งนี้ เกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นการปะทะกัน ระหว่างตำรวจกับผู้ประท้วง รายงานระบุว่ามีการขว้างก้อนหินตอบโต้ด้วยแก๊สน้ำตา และฟาดกระบองของเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุมความวุ่นวาย ซึ่งเหตุทั้งหมดนี้ เกิดขึ้นภายหลังรัฐบาลเปรู มีแนวคิดการเปลี่ยนแปลงระบบบำนาญกฎใหม่ โดยกำหนดให้ทุกคนในเปรูที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไปต้องเข้าร่วมบริษัทบำนาญ นอกจากนี้ ยังมีความไม่พอใจต่อ ดีนา โบลัวร์เต (Dina Boluarte) ประธานาธิบดีสาวของประเทศ เป็นทุนเดิมอยู่แล้วด้วย
โดยเหตุการณ์นี้ ผู้ประท้วงใช้เริ่มต้นวิธีการประท้วงเป็นเชิงสัญลักษณ์ โดยยกตัวละคร ลูฟี่ (Monkey D. Luffy) จากการ์ตูนญี่ปุ่นชื่อดัง วันพีซ (One Piece) มาเป็นต้นแบบ เพื่อแสดงการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม
“ลูฟีเดินทางไปทั่วทุกหนทุกแห่ง ปลดปล่อยประชาชนจากผู้ปกครองที่ฉ้อฉลและเผด็จการ สถานการณ์ในเปรูก็เช่นเดียวกัน เราจะไม่นิ่งเฉยอีกต่อไป” เลโอนาร์โด มุนยอส แกนนำนักศึกษากล่าว

การประท้วงครั้งนี้มีสาเหตุมาจากกฎระเบียบบำนาญฉบับใหม่ที่กำหนดให้ชาวเปรูทุกคนที่อายุ 18 ปีขึ้นไปต้องเข้าร่วมโครงการบำนาญ ไม่ว่าจะเป็นของรัฐบาลหรือเอกชน ซึ่งก่อนหน้านี้ การเข้าร่วมโครงการบำนาญขึ้นอยู่กับความสมัครใจ
อย่างไรก็ตาม ตัวแทนผู้นำเยาวชนโต้แย้งว่า นโยบายดังกล่าว สร้างภาระทางการเงินที่ไม่เป็นธรรมให้กับเยาวชนที่ว่างงาน และไม่ได้แก้ไขปัญหาที่ใหญ่กว่า เช่น ความไม่มั่นคงทางเศรษฐกิจ อาชญากรรมที่เพิ่มขึ้น และการทุจริตภายในสถาบันบำเหน็จบำนาญ โดยหลาย ๆ คนมองว่าการปฏิรูปนี้ เป็นการบังคับที่เรียกร้องให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการจ้างงาน การศึกษา และความปลอดภัยสาธารณะแทน
นอกจากนี้ การประท้วงดังกล่าว แสดงถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อรัฐบาลประธานาธิบดี ดีนา โบลัวร์เต (Dina Boluarte) โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวหาว่า รัฐบาลของเธอกำลังทำให้การกำกับดูแลของฝ่ายตุลาการ อัยการ และสถาบันประชาธิปไตยอ่อนแอลง ซึ่งก่อให้เกิดความกังวลว่าประชาธิปไตยจะเสื่อมถอยลงอีกก่อนการเลือกตั้งทั่วไปในปี 2569

ขอบคุณข้อมูล : Bhaskar English