ทรัมป์ ประกาศขู่โจมตีเวเนฯ ซ้ำ หากไม่ให้ความร่วมมือ

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

6 มกราคม 2569

ทรัมป์ ประกาศขู่โจมตีเวเนฯ ซ้ำ หากไม่ให้ความร่วมมือ

จากเหตุสะเทือนโลก เมื่อ (3 ม.ค. 69) กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศ ใส่พื้นที่กรุงการากัส เมืองหลวงแห่งเวเนซุเอลา พร้อมเข้าควบคุมตัว นิโกลัส มาดูโร (Nicolas Maduro) ประธานาธิบดี และภริยา นำมาดำเนินคดีที่สหรัฐฯ ด้วยเหตุผลเกี่ยวข้องกับการปราบปราบขบวนการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ ซึ่งล่าสุด อาจกระทบไปยังเพื่อนร่วมนานาชาติ

(5 ม.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้จุดประเด็นในการข่มขู่ประเทศต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ภายหลังเสร็จสิ้นปฏิบัติการเข้าจับกุมผู้นำแห่งเวเนซุเอลา

รายงานระบุว่า ระหว่างการเดินทางกลับวอชิงตันจากฟลอริดา เมื่อวันอาทิตย์ (4 ม.ค.) ที่ผ่านมา ทรัมป์ ไม่ได้ลังเลที่จะตอบคำถามเกี่ยวกับความหมายของการโจมตีเวเนซุเอลา ที่มีต่อประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค  

“โคลอมเบียก็ป่วยหนักเช่นกัน ปกครองโดยคนป่วยที่ชอบผลิตโคเคนและขายให้กับสหรัฐอเมริกา และเขาคงทำแบบนี้ได้ไม่นาน” โดยประโยคนี้ ทรัมป์ ได้กล่าวถึง กุสตาโว เปโตร ประธานาธิบดีแห่งโคลอมเบีย แถมเมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าสหรัฐฯ จะเริ่มปฏิบัติการทางทหารต่อโคลอมเบียหรือไม่ ทรัมป์กล่าวสั้น ๆ ว่า “ฟังดูดีนะ”

นอกจากนี้ ทรัมป์ ได้กล่าวคำเตือนไปยังเม็กซิโกให้ “ปรับปรุงแก้ไขตัวเอง” โดยอ้างถึงแก๊งค้ายาเสพติดในประเทศ 

“คุณต้องทำอะไรสักอย่างกับเม็กซิโก เราจะต้องทำอะไรสักอย่าง เราอยากให้เม็กซิโกทำ พวกเขาสามารถทำได้ แต่โชคร้ายที่กลุ่มค้ายาเสพติดในเม็กซิโกมีอิทธิพลมาก” ทรัมป์ กล่าว

การเลือกตั้งจะจัดขึ้นเมื่อใด ทรัมป์กล่าวว่า “เราจะดำเนินการทุกอย่าง เราจะจัดการและแก้ไขมัน เราจะจัดการเลือกตั้งในเวลาที่เหมาะสม”

ใครเป็นผู้รับผิดชอบเวเนซุเอลา ในขณะนี้ ทรัมป์กล่าวว่า “เรากำลังคุยกับประชาชน เรากำลังคุยกับคนที่เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง และอย่าถามผมว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะผมจะให้คำตอบคุณ และมันจะเป็นคำตอบที่ก่อให้เกิดความขัดแย้งอย่างมาก” และหมายความว่าอย่างไร ทรัมป์ กล่าวว่า “มันหมายความว่าเราเป็นผู้ควบคุม”

นอกจากนี้ ทรัมป์ ได้กล่าวถึง เดลซี โรดริเกซ ที่จะเข้ารับตำแหน่งรักษาการประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ยอมรับว่าไม่ได้พูดคุยกัน แต่เธอกำลังให้ความร่วมมือกับเรา สืบเนื่องจากที่ ทรัมป์ ได้กล่าวว่า “ถ้าเธอไม่ทำในสิ่งที่ถูกต้อง เธอจะต้องจ่ายราคาที่สูงมาก อาจจะสูงกว่ามาดูโรเสียอีก”

“ผมแค่บอกว่าเธอจะต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่อาจจะเลวร้ายกว่ามาดูโร เพราะอย่างที่คุณรู้ มาดูโรยอมแพ้ทันที” ทรัมป์ กล่าว

ในเวลาต่อมา เดลซี โรดริเกซ อดีตรองประธานาธิบดีของเวเนซุเอลา ได้ร่วมพิธีสาบานตนและกล่าวคำปฏิญาณตน เข้ารับตำแหน่งผู้นำประเทศเวเนซุเอลาอย่างเป็นทางการแล้ว

โดยการกล่าวสุนทรพจน์ต่อหน้าสภานิติบัญญัติ โรดริเกซได้ยืนยันอีกครั้งถึงการต่อต้านการโจมตีทางทหาร ที่นำไปสู่การจับกุมและขับไล่มาดูโรและภรรยา ออกจากตำแหน่ง

“ฉันมาด้วยความเจ็บปวด จากการลักพาตัววีรบุรุษ 2 ท่านที่ถูกจับเป็นตัวประกัน ได้แก่ ประธานาธิบดี นิโคลัส มาดูโร และสุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง ซิเลีย ฟลอเรส” โรดริเกซ กล่าว

“ฉันขอสาบานว่าจะทำงานอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อรับประกันสันติภาพ ความสงบสุขทางจิตวิญญาณ เศรษฐกิจ และสังคมของประชาชนของเรา”

ขอบคุณข้อมูล : NBC News และ Al Jazeera