สยอง! เด็กชาย 3 ขวบ ปวดท้องรุนแรง สุดท้ายเจอ “พยาธิตัวกลม” ยั้วเยี้ยเต็มท้อง

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

15 เมษายน 2568

สยอง! เด็กชาย 3 ขวบ ปวดท้องรุนแรง สุดท้ายเจอ “พยาธิตัวกลม” ยั้วเยี้ยเต็มท้อง

เห็นภาพแล้วขนลุก! แพทย์ผ่าตัดเอาพยาธิจำนวนมากกว่า 3 กระปุก ออกจากท้องเด็กชายวัย 3 ขวบ คาดสาเหตุเกิดจาก “เดินเหยียบน้ำ-ทานอาหารปนเปื้อนสิ่งสกปรก

วานนี้ (14 เม.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานเคสสุดสยองที่น่าตกใจในประเทศอินโดนีเซีย เมื่อเด็กชายวัย 3 ขวบถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อพยาธิตัวกลม (Ascariasis) หลังจากอาเจียนออกมาเป็นพยาธิ ในระหว่างเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเมืองเจมเบอร์ ประเทศอินโดนีเซีย

รายงานดังกล่าวอ้างอิงจากงานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Journal of Medical Case Reports เมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา ระบุว่า เด็กชายมีอาการท้องเสียและมีไข้นานกว่า 1 สัปดาห์ก่อนจะเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล Soebandi General

ในเบื้องต้น เด็กชายถูกวินิจฉัยว่าติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ แต่ในวันต่อมากลับเริ่มมีอาการไม่สบายท้องและท้องอืด พ่อแม่ของเขาจึงพาเข้ารักษาตัวในแผนกฉุกเฉิน แก่อนที่เขาจะเริ่มอาเจียนออกมาเป็นพยาธิ ทำให้แพทย์วินิจฉัยว่า เขาติดเชื้อพยาธิตัวกลม Ascaris lumbricoides ซึ่งเป็นพยาธิที่พบได้ทั่วไปในพื้นที่เขตร้อนและกึ่งเขตร้อน

จากนั้น ผลการเอกซเรย์ช่องท้อง ตรวจพบว่า เด็กชายรายนี้ มีก๊าซสะสมในระบบทางเดินอาหาร ซึ่งเป็นสัญญาณของการอุดตันในลำไส้ และพบว่าลำไส้ถูกอุดตันถึง 3 จุด ตั้งแต่ช่วงกลางไปจนถึงปลายลำไส้เล็ก

ทีมแพทย์จึงตัดสินใจผ่าตัดเปิดช่องท้อง และนำส่วนปลายของลำไส้ออกเพื่อดันพยาธิออกมาโดยใช้มือ ซึ่งสามารถนำพยาธิตัวกลมออกมาได้มากถึง 3 ถ้วย และยืนยันว่าพยาธิที่พบคือ Ascaris lumbricoides จริง ก่อนที่เด็กชายจะพักรักษาตัว และกลับบ้านอย่างปลอดภัย

จากข้อมูลในการศึกษาพบว่า เด็กชายรายนี้ มีประวัติการใช้ชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่สะอาด โดยเขาเคยอาศัยอยู่ที่เกาะบาหลี และมักเล่นกับเพื่อน ๆ ในแม่น้ำโดยไม่สวมรองเท้า อีกทั้งแม่ของเขามักใช้มือป้อนอาหารให้ และยังดื่มน้ำที่ไม่ผ่านการต้มสุกอีกด้วย

ผู้เชี่ยวชาญ เตือนว่า การติดเชื้อพยาธิตัวกลมมักเกิดจากการกลืนไข่ของพยาธิที่ปนเปื้อนมากับดิน อุจจาระ หรืออาหารและน้ำที่ไม่สะอาด โดยเฉพาะในพื้นที่ที่ระบบสุขาภิบาลยังไม่ดีพอ และกรณีนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ตอกย้ำถึงความสำคัญของสุขอนามัยขั้นพื้นฐานสำหรับเด็กในพื้นที่เสี่ยงทั่วโลก

ฉะนั้น ควรรักษาสุขอนามัย ทั้งการรับประทานและการใช้ชีวิตด้วยนะครับ “อีจัน” เป็นห่วง

ขอบคุณข้อมูล : MustshareNews