วันนี้ (14 ม.ค. 69) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า เมื่อวานนี้ (13 ม.ค.) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เกิดฟิวส์ขาดชูนิ้วกลางให้พนักงานโรงงานรถยนต์ ภายหลังถูกตะโกนด่าทอว่าเป็น “ผู้ปกป้องพวกชอบล่วงละเมิดทางเพศเด็ก” ขณะเข้าเยี่ยมชมโรงงานฟอร์ด ในรัฐมิชิแกน

ด้าน สตีเวน เชิง ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารของทำเนียบขาว ไม่ได้กล่าวยืนยันว่าทรัมป์ชูนิ้วกลางหรือไม่ แต่กล่าวในแถลงการณ์ว่าได้แสดง “การตอบสนองที่เหมาะสมและชัดเจน” เมื่อคนบ้าคลั่งคนหนึ่ง กำลังตะโกนด่าทอด้วยถ้อยคำหยาบคายอย่างบ้าคลั่ง

ขณะเดียวกัน โฆษกของฟอร์ด กล่าวว่า โดยทั่วไปแล้ว พวกเขารู้สึกภาคภูมิใจในวิธีการที่พนักงานเป็นตัวแทนของบริษัท และว่ามันเป็นเหตุการณ์ที่ยอดเยี่ยม แต่ถึงอย่างนั้น ไม่ยอมรับ “ใครก็ตามที่พูดอะไรที่ไม่เหมาะสม” ในสถานที่ทำงานของพวกเขา “เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนั้น เรามีกระบวนการในการจัดการ แต่เราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องส่วนบุคคล”
ทั้งนี้ การตอบสนองของทรัมป์ในเรื่องดังกล่าว เกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลทรัมป์ กำลังเผชิญกับแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นเพื่อให้เปิดเผยเอกสารที่เรียกว่า “เอกสารของเอปสไตน์” ซึ่งคาดว่าจะเปิดโปงการกระทำของนักการเงิน และผู้ค้ามนุษย์ทางเพศที่เสื่อมเสียชื่อเสียงรายนี้ในรายละเอียดมากขึ้น
จากเอกสารที่ยื่นต่อศาลในสัปดาห์แรกของเดือนมกราคม พบว่า กระทรวงยุติธรรมได้เปิดเผยเอกสารเพียงไม่ถึง 1% เท่านั้น แม้ว่ากฎหมายของรัฐบาลกลางจะกำหนดให้ต้องเปิดเผยเอกสารทั้งหมดตั้งแต่กลางเดือนธันวาคมแล้วก็ตาม ขณะที่ แพม บอนดี อัยการสูงสุดของสหรัฐฯ อ้างว่า กระบวนการดังกล่าวล่าช้า เพื่อปกป้องตัวตนของเหยื่อของเอปสไตน์ เอกสารที่เปิดเผยออกมานั้นถูกตัดทอนไปมากและเปิดเผยข้อมูลเพียงเล็กน้อย
ขอบคุณข้อมูล : The Guardian
