สหรัฐฯ มีแผน! ทำที่กักกันในเคนยา ไว้รับคนเสี่ยง “อีโบลา” หลังไม่ให้เข้าประเทศ

สกัดโรคหรือทอดทิ้ง? สหรัฐฯ มีแผนจัดตั้งสถานกักกันในประเทศเคนยา ไว้สำหรับชาวอเมริกันที่เสี่ยงติดเชื้อ “อีโบลา” เพื่อป้องกันเชื้อเข้าประเทศ

เอาเเล้วไง! สหรัฐฯ วางหมากสร้างศูนย์กักกันโรคอีโบลาในเคนยาสำหรับชาวอเมริกัน เพื่อไม่ให้เข้าสหรัฐฯ โดยตรง  

ก่อนหน้านี้หลังจากมีข่าวการระบาดของเชื้อไวรัสอีโบลาอย่างหนักในเเถบเเอฟริกา ในหลายประเทศก็หวั่นระบาดข้ามเเดน ข้ามเมือง ข้ามประเทศ มาโดนถึงประเทศของตนด้วย ทำให้ต้องมีการป้องกันการเข้าออกนอกประเทศอย่างเข้มงวด ซึ่งเมื่อวานนี้เอง ทรัมป์ได้สั่งห้ามนักวิทย์ชาวมะกัน หารือเรื่องการป้องกันการระบาดกับทางองค์การอนามัยโลก ได้เเค่นั่งฟังเเละรักทราบเรื่องราวเท่านั้น  

ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 พ.ค.69 ที่ผ่านมา สื่อต่างประเทศ รายงานเพิ่มเติมว่าทรัมป์กำลังสร้างศูนย์กักกันและรักษาในเคนยา เพื่อเตรียมการรับชาวอเมริกันที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคอีโบลาไว้เเทนกับรับกลับมาเข้ามาในประเทศ  ซึ่งสถานที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ชาวอเมริกันที่จำเป็นต้องออกจาก DRC และกักกันตัวโดยไม่ต้องเสี่ยงเข้าสหรัฐฯ ทั้งนี้ศูนย์แห่งนี้จะให้การรักษาชาวอเมริกันที่ติดเชื้ออีโบลาด้วย แม้ว่าแต่ละกรณีจะได้รับการประเมินเพื่อส่งต่อไปยังการดูแลขั้นสูงต่อไปตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุดสำหรับผู้ป่วย 

ในขณะเดียวกัน ถ้าพวกเขาไม่ต้องการไปเคนยา ทางเจ้าหน้าที่ก็ไม่ได้เเจ้งว่าจะส่งต่อไปยังสหรัฐฯหรือยุโรปหรือไม่? ทั้งนี้สหรัฐฯ เผยว่า ผู้ถือบัตรกรีนการ์ดที่เพิ่งเดินทางไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ยูกันดา และซูดานใต้ ห้ามกลับประเทศและผู้ที่เดินทางไปยัง 3 ประเทศนี้ก็ถูกห้ามเข้าสหรัฐฯ เช่นกัน  

ต่อมา เจนนิเฟอร์ นูซโซ นักระบาดวิทยาและผู้อำนวยการศูนย์โรคระบาดใหญ่แห่งโรงเรียนสาธารณสุข มหาวิทยาลัยบราวน์ เผยว่า ดิฉันรู้สึกตกใจที่ฝ่ายบริหารกำลังพยายามขัดขวางไม่ให้ชาวอเมริกันกลับบ้านเพื่อรับการดูแลรักษาที่มีคุณภาพระดับโลก ซึ่งหน่วยกักกันและรักษาผู้ป่วยที่ได้รับเงินทุนจากภาษีของประชาชนของเรามีศักยภาพที่จะให้บริการได้ เเละมีข้อกังวลด้านจริยธรรมเกี่ยวกับแนวทางนี้ ถ้าไม่มีแผนการกักกันผู้ที่สัมผัสเชื้ออย่างปลอดภัยและแยกผู้ติดเชื้ออย่างทันที เกรงว่าสถานที่เหล่านี้อาจทำให้ไวรัสแพร่กระจายมากขึ้น เเละการที่ไม่สามารถกลับบ้านเพื่อรับการดูแลที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ อาจทำให้ผู้คนไม่กล้าเปิดเผยว่าตนสัมผัสเชื้อ ซึ่งทำให้ข้อมูลถูกปกปิดและทำให้ไวรัสแพร่กระจายมากขึ้นด้วย  

สุดท้าย… นี่คือการ “สกัดโรค” หรือการ “ทอดทิ้งคนของตัวเอง” กันแน่? 

ที่มาUS building Ebola quarantine center in Kenya for Americans amid outbreak | Trump administration | The Guardian