“ญี่ปุ่น” ปล่อยวิดีโอ AI ภูเขาไฟฟูจิระเบิด เตือน ปชช. พร้อมรับมือ
บวรวัฒน์ อีจัน
29 สิงหาคม 2568

ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ยากเกินจะคาดเดา ฉะนั้นการตื่นตัวก่อนก็ไม่มีอะไรเสียหาย..
(25 ส.ค. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลมหานครโตเกียว ได้เผยแพร่วิดีโอที่สร้างด้วย ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ความยาว 3 นาที เป็นเหตุการณ์จำลองสถานการณ์เกิดการปะทุของ ภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่ญี่ปุ่นนำ AI มาใช้ เพื่อตระหนักต่อประชาชนให้เตรียมตัวรับมือทุกวินาที

ซึ่งวิดีโอดังกล่าว เผยให้เห็นถึง “เมฆรูปเห็ดสีเทาขนาดใหญ่” ก่อตัวเป็นฉากหลังของเส้นขอบฟ้าเมืองโตเกียว ขณะที่หมอกควันปกคลุมเมืองจนกลายเป็นทะเลแห่งเถ้าถ่าน พร้อมระบุว่า “เถ้าถ่านภูเขาไฟประกอบด้วยอนุภาคละเอียดและแหลมคม คุณสมบัติเฉพาะตัวของมันก่อให้เกิดอันตรายมากมายต่อสุขภาพและสังคม”
อีกทั้ง ระบบขนส่งของโตเกียวจะได้รับผลกระทบหลัก ๆ จากการปะทุของภูเขาไฟฟูจิด้วย เนื่องจากเถ้าถ่านที่เกาะบนรางรถไฟและรันเวย์ จะทำให้ระบบขนส่งสาธารณะ เช่นรถไฟและเครื่องบินต้องหยุดชะงัก เนื่องจากทัศนวิสัยที่ลดลงและมีความเสี่ยงสูงที่ยางจะลื่นไถลหากมีการปกคลุมถนน ซึ่งเชื่อกันว่า ยานพาหนะ 2 ล้อจะไม่สามารถใช้งานได้ หากเถ้าถ่านที่ตกลงมามีปริมาณเกิน 10 ซม. ในสภาพอากาศแห้ง หรือเกิน 3 ซม. เมื่อฝนตก

หากภูเขาไฟฟูจิระเบิดขึ้นจริง เถ้าภูเขาไฟจะสร้างความเสียหายอย่างหนักในโตเกียว (เมืองหลวง) แม้ว่าภูเขาไฟฟูจิจะอยู่ห่างจากโตเกียวประมาณ 100 กิโลเมตร ก็ตาม เนื่องจากลมสามารถพัดพาเถ้าภูเขาไฟไปได้อย่างง่ายดาย นอกจากนี้ เถ้าภูเขาไฟยังไม่สลายตัวเหมือนหิมะ จึงจำเป็นต้องกำจัดออก และเมื่อเถ้าภูเขาไฟเปียก เถ้าภูเขาไฟจะแข็งตัวและนำไฟฟ้าได้ และเชื่อว่า เถ้าถ่านจะเริ่มร่วงหล่นลงมาในโตเกียว ประมาณ 1 ถึง 2 ชั่วโมงหลังจากการปะทุครั้งแรก โดยคาดว่าจะสะสมตัวประมาณ 2 ถึง 10 เซนติเมตร โดยเทียบกับเหตุภูเขาไฟระเบิดครั้งสุดท้ายในปี ค.ศ. 1707 การระเบิดและเถ้าถ่านที่ตกลงมา ได้กินเวลานานถึง 2 สัปดาห์

ส่วนผลกระทบเพิ่มเติม หากเกิดฝนตก ละอองเถ้าถ่านที่ตกลงมาเกาะตามเสาอากาศและสายไฟฟ้ารอบเมือง อาจทำให้เกิดไฟฟ้าดับเป็นบริเวณกว้างและเกิดสัญญาณรบกวนต่อระบบโทรคมนาคมได้
ทั้งนี้ วิดีโอกล่าวแนะนำว่า เพื่อป้องกันผลกระทบต่อสุขภาพจากเถ้าถ่าน ควรสวมหน้ากากและแว่นตาป้องกันเมื่อออกไปข้างนอก เถ้าถ่านอาจทำให้เกิดอาการระคายเคืองตาและเกิดปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด

“เนื่องจากเราไม่ทราบว่าภูเขาไฟฟูจิจะปะทุและปกคลุมเราด้วยเถ้าภูเขาไฟเมื่อใด เราจึงต้องเตรียมข้อมูลให้พร้อมและรับมือกับภัยพิบัติในชีวิตประจำวันเพื่อปกป้องตัวเราเองและคนที่เรารัก” ผู้บรรยายวิดีโอ กล่าว
ขอบคุณข้อมูล : The Japan Times