ทรัมป์ – เดโมแครต คุยไม่จบ จ่อชัตดาวน์รัฐบาล

บวรวัฒน์ อีจัน

บวรวัฒน์ อีจัน

30 กันยายน 2568

ทรัมป์ – เดโมแครต คุยไม่จบ จ่อชัตดาวน์รัฐบาล

เมื่อศูนย์กลางเศรษฐกิจโลกเกิดปัญหา แรงสะเทือนครั้งใหญ่เตรียมถาโถม..

(29 ก.ย. 68) สื่อต่างประเทศ รายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และพรรคเดโมแครต ได้ออกจากการประชุมส่วนตัวที่ทำเนียบขาวแล้ว โดยคาดการณ์ว่าไม่มีข้อตกลงที่จะเปิดรัฐบาลกลางต่อไป ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะการปิดหน่วยงานบริการหลัก ซึ่งจะเริ่มขึ้นในอีกประมาณ 30 ชั่วโมงข้างหน้า

รายงานระบุว่า หลังจากนั่งลงที่ทำเนียบขาว โดนัลด์ ทรัมป์ และผู้นำระดับสูงของรัฐสภาทั้ง 4 คน ได้มีการเจรจาเกิดขึ้น และไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้ ก่อนเกิดการชัตดาวน์งบประมาณในเวลาเที่ยงคืนของวันที่ 1 ตุลาคม และดูเหมือนว่าจะไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ฮาคีม เจฟฟรีส์ ผู้นำเสียงข้างน้อยในสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า “มีการหารืออย่างตรงไปตรงมา กับประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาและผู้นำพรรครีพับลิกัน ซึ่งยังคงมีความแตกต่างที่สำคัญและมีความหมายอยู่”

อย่างไรก็ตาม ผู้นำของทั้ง 2 พรรคยังคงยืนหยัดในจุดยืนตัวเอง โดยพรรครีพับลิกัน ได้ผลักดันวิธีแก้ปัญหาเฉพาะหน้าที่จะขยายระดับเงินทุนในปัจจุบันออกไปจนถึงวันที่ 21 พฤศจิกายน ขณะที่พรรคเดโมแครต อยู่ระหว่างต่อสู้เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ซึ่งส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับการเข้าถึงบริการดูแลสุขภาพและเงินอุดหนุน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของข้อตกลงใด ๆ ก็ตาม

ไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นสมาชิกพรรครีพับลิกัน ผู้เข้าร่วมการประชุมกับทรัมป์ กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า หากรัฐบาลปิดตัวลง จะเป็นความผิดของพรรคเดโมแครต ทรัมป์รับฟังข้อโต้แย้งของพวกเขา แต่พวกเขาแค่ไม่ยอมรับข้อเท็จจริง

ทั้งนี้ หากเกิดการชัตดาวน์หน่วยงานภายในสหรัฐอเมริกาจริง จะส่งผลให้จำนวนพนักงานในหน่วยงานรัฐบาลกลางหลายแห่งลดลงอย่างมาก เช่น กระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งกำหนดให้พนักงานพักงานกว่า 95% พักงาน ขณะที่ ทหารและหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย จะยังคงได้ทำงานต่อไป อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวระบุว่า จะเกิดการไล่พนักงานรัฐบาลกลางออกเป็นจำนวนมากแน่นอน หากพรรคเดโมแครตบังคับให้ปิดหน่วยงาน

จับตาทิศทางสหรัฐอเมริกา จะส่งผลต่อภาวะเศรษฐกิจโลกมากน้อยแค่ไหน ?

ขอบคุณข้อมูล : USA Today